ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

เจาะลึก CPNREIT ปี 2025-2026: มหากาพย์การต่อสัญญา ยุทธวิธีรีไฟแนนซ์

 

เจาะลึก CPNREIT ปี 2025-2026: มหากาพย์การต่อสัญญา ยุทธวิธีรีไฟแนนซ์ และโอกาสทองของนักลงทุนปันผล

ในสมรภูมิการลงทุนกองทรัสต์ (REIT) ของไทย คงไม่มีสินทรัพย์ใดที่จะถูกจับตามองและวิพากษ์วิจารณ์ในเชิงเทคนิคได้เข้มข้นเท่ากับ CPNREIT พี่ใหญ่แห่งกลุ่มค้าปลีกที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดสูงถึง 42,004.46 ล้านบาท ด้วยสถานะการเป็นกลไกหลักของกลุ่ม เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) ในฐานะ Sponsor และผู้ถือหน่วยรายใหญ่ (37.6%) ทำให้กองทรัสต์แห่งนี้เปรียบเสมือน "ปราการปกป้องรายได้" ที่ทรงอิทธิพลที่สุดในพอร์ตโฟลิโอของนักลงทุนสถาบัน

แม้ในทางบัญชี CPNREIT จะมีลักษณะเป็นสิทธิการเช่า (Leasehold) ที่ต้องเผชิญกับภาวะมูลค่าสินทรัพย์ลดลงตามกาลเวลา (Time decay) แต่ด้วยการบริหารจัดการเชิงรุกและอันดับความน่าเชื่อถือระดับ "A+" (Stable) จาก TRIS Rating ทำให้กองทรัสต์นี้สามารถใช้ "วิศวกรรมทางการเงิน" เข้ามาบริหารจัดการกระแสเงินสดได้อย่างมีชั้นเชิง ซึ่งในบทความนี้เราจะเจาะลึกทุกมิติที่เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญในปี 2025-2026

อัปเดตพอร์ตโฟลิโอ 3Q25: ความแข็งแกร่งของกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน

ผลการดำเนินงานล่าสุดสะท้อนถึงการฟื้นตัวของภาคการบริโภคที่ชัดเจน โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากคุณภาพของสินทรัพย์ระดับ Flagship:

  • Retail Sector: อัตราการเช่าพื้นที่ (Occupancy Rate) ทรงตัวในระดับสูงที่ 91.50% ขณะที่ปริมาณผู้ใช้บริการ (Shopper Traffic) ฟื้นตัวมาอยู่ที่ 89% ของสภาวะปกติ สะท้อนถึง Pricing Power ในการเจรจา Rental Reversion เมื่อมีการต่อสัญญาใหม่
  • Office Sector: สร้างรายได้ถึง 261.5 ล้านบาท (โต 13.7% YoY) โดยเฉพาะสินทรัพย์ในย่าน New CBD อย่าง Unilever House และ The Ninth Towers ที่ยังคงรักษาอัตราการเช่าได้ดีเยี่ยม แม้จะอยู่ท่ามกลางกระแส Hybrid Working ทั่วโลก
  • Hotel Sector: โรงแรมฮิลตัน พัทยา โดดเด่นด้วย Occupancy Rate 87.8% โดยโครงสร้างรายได้ที่มีทั้งค่าเช่าคงที่ (Fixed Rent) และค่าเช่าผันแปร (Variable Rent) ทำให้กองทรัสต์ได้รับอานิสงส์เต็มที่จากการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวลักชัวรี

มหากาพย์การต่อสัญญา 'ปิ่นเกล้า - พระราม 2': เกมการเงินเหนือชั้น

การจัดการสัญญาเช่าที่หมดอายุพร้อมกันในช่วงปี 2024-2025 คือบททดสอบการบริหาร Asset Life Cycle ครั้งใหญ่:

  1. เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า: ต่อสัญญา 15 ปี (จนถึงปี 2039) วงเงิน 12,161 ล้านบาท พร้อมแผนการปรับปรุงทรัพย์สิน (Asset Enhancement Initiative - AEI) มูลค่า 1,100 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะผลักดันรายได้โตขึ้น 16% หลังเสร็จสิ้นในเดือน ก.ค. 2025 นอกจากนี้ยังมีแผน AEI ที่ เซ็นทรัล เชียงใหม่ ซึ่งจะเสร็จสิ้นในช่วงกลางปี 2026 เป็นอีกหนึ่งตัวเร่งรายได้ในอนาคต
  2. เซ็นทรัล พระราม 2: ผู้จัดการกองทรัสต์เลือกใช้กลยุทธ์ แบ่งชำระค่าเช่าเป็นงวด (Installment) โดยงวดแรกครอบคลุม 10 ปี (2025-2035) วงเงิน 12,853 ล้านบาท กลยุทธ์นี้มีความแยบยลในแง่ของ Time Value of Money เพราะการชำระเพียง 10 ปีแรกช่วยลดผลกระทบการเจือจางของรายได้ต่อหน่วย (Dilution Effect) และรักษาระดับหนี้ไม่ให้สูงเกินไปในช่วงที่ดอกเบี้ยตึงตัว โดยมูลค่าสัญญา 10 ปีแรกจะสูงกว่า 1 ใน 3 ของสัญญา 30 ปีเนื่องจากมูลค่าปัจจุบัน (PV) ของกระแสเงินสดในช่วงปีแรกๆ มีค่าน้ำหนักสูงกว่าปีท้ายๆ

เจาะงบการเงิน: EBITDA คือเข็มทิศที่แท้จริง

นักลงทุนต้องแยกแยะระหว่าง "กำไรทางบัญชี" และ "กระแสเงินสดดำเนินงาน" ให้ชัดเจน เนื่องจากผลกระทบของมาตรฐาน TFRS 16 และการบันทึกรายการ Non-cash items (ขาดทุนจากการประเมินมูลค่ายุติธรรม) ทำให้กำไรสุทธิอาจดูผันผวน

ตารางสรุปรายการทางการเงินที่สำคัญ (2022 - 2024)

รายการ (หน่วย: ล้านบาท)

ปี 2022

ปี 2023

ปี 2024

รายได้รวม (Total Income)

4,864

5,728

6,012

EBITDA

3,755

4,542

4,769

กำไรสุทธิจากการลงทุน (Net Investment Income)

2,111

3,235

1,696

มูลค่าสินทรัพย์สุทธิ (NAV)

33,277

33,459

42,693

อัตราดอกเบี้ยจ่ายเฉลี่ย (%)

2.74%

2.96%

2.87%

หมายเหตุ: แม้กำไรสุทธิปี 2024 จะลดลงทางบัญชี แต่ EBITDA ยังเติบโตอย่างแข็งแกร่ง สะท้อนว่าความสามารถในการทำกำไรจากการดำเนินงานจริงยังอยู่ในทิศทางขาขึ้น

ยุทธวิธี 'ปันผล + ลดทุน' และแต้มต่อทางภาษี

ความโดดเด่นของ CPNREIT คือการบริหารสภาพคล่องส่วนเกินผ่านการ "ลดทุน" (Capital Reduction) เนื่องจากค่าเสื่อมราคาและรายการทางบัญชีที่ไม่ใช่เงินสด ทำให้กองทรัสต์มีกระแสเงินสดมากกว่ากำไรสะสมที่จะจ่ายปันผลได้หุ้นปันผล

ตารางสรุปประวัติการจ่ายผลตอบแทน (2024 - 2025)

งวดผลการดำเนินงาน

ปันผล (บาท)

ลดทุน (บาท)

รวม (บาท/หน่วย)

Q4/2024

0.0987

0.1673

0.2660

Q1/2025

0.2505

0.0155

0.2660

Q2/2025

0.2261

0.0439

0.2700

Q3/2025

0.2059

0.0691

0.2750

Insight สำหรับนักลงทุน: ส่วนที่เป็นการ "ลดทุน" จะไม่ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 10% ช่วยเพิ่ม After-tax Yield ให้กับนักลงทุนรายย่อยได้มากกว่าการจ่ายปันผลแบบปกติ

ความเสี่ยงที่ต้องจับตา: กำแพงหนี้ปี 2026 (The Debt Maturity Wall)

ปี 2026 จะเป็นปีที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ทั่วโลกต้องเผชิญกับ Global Debt Maturity Wall ซึ่ง CPNREIT เองก็มีภาระหนี้ที่จะครบกำหนดภายใน 12 เดือนข้างหน้าสูงถึง 7,200 ล้านบาท (หุ้นกู้ 3,000 ล้านบาท, ตั๋วสัญญาใช้เงิน 2,200 ล้านบาท และเงินกู้ธนาคาร 2,000 ล้านบาท)

ความท้าทายคือการรีไฟแนนซ์ภายใต้ต้นทุนใหม่ที่อาจสูงกว่าเดิม (ปัจจุบันเฉลี่ย 2.87%) อย่างไรก็ตาม กองทรัสต์ยังมีเกราะป้องกันจากความแข็งแกร่งทางเครดิต:

  • Financial Covenants: กองทรัสต์รักษา DSCR ไว้ที่ 1.3 เท่า (สูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ 1.2 เท่า)
  • Rating Sensitivities: หากกองทรัสต์บริหารจัดการจน Debt to EBITDA ต่ำกว่า 7.5 เท่า ได้อย่างต่อเนื่อง จะเป็นปัจจัยหนุนในการอัปเกรดอันดับเครดิตในอนาคต

วิเคราะห์ SWOT: มุมมองจากเซียนหุ้น

  • Strengths (จุดแข็ง): สินทรัพย์ระดับ Flagship ในทำเล Prime; Synergy with Sponsor ที่แข็งแกร่งในแง่ของฐานข้อมูลผู้เช่าและระบบนิเวศค้าปลีกแบบ Omnichannel
  • Weaknesses (จุดอ่อน): ธรรมชาติของ Leasehold ที่มี Time Decay; ภาระ CapEx ที่สูงจากการปรับปรุงโครงการขนาดใหญ่ในช่วงปี 2024-2025
  • Opportunities (โอกาส): การเติบโตแบบ Inorganic Growth ผ่านการอัดฉีดสินทรัพย์ใหม่ (Asset Injection) เช่น Central Westgate หรือ Phuket Floresta ซึ่งเป็นทางเดียวที่จะปลดล็อก NAV ในระยะยาว
  • Threats (อุปสรรค): ตลาดสินเชื่อที่ตึงตัวในการรีไฟแนนซ์หนี้ก้อนใหญ่; กำลังซื้อที่อาจผันผวนตามสภาวะหนี้ครัวเรือน

บทสรุปและคำแนะนำการลงทุน

CPNREIT ยังคงเป็นหนึ่งใน "หุ้นห่านทองคำ" สำหรับนักลงทุนที่ต้องการกระแสเงินสดสม่ำเสมอ โดยมีราคาเป้าหมาย (Analyst Consensus) อยู่ในช่วง 11.40 - 13.20 บาท โดยทาง MST แนะนำ "ซื้อ" (Target 11.40 บาท) บนสมมติฐานการเติบโตของ Core EPU ที่โดดเด่นในปี 2026 หลังการปรับปรุงโครงการเสร็จสมบูรณ์

Final Verdict: ด้วยคาดการณ์ Dividend Yield FWD ที่สูงถึง 8.60 - 9.50% CPNREIT เหมาะสำหรับผู้ที่เข้าใจวิศวกรรมการเงินและการบริหารจัดการ Leasehold หัวใจสำคัญที่จะสร้าง Capital Gain ได้ในอนาคตคือความชัดเจนของการ "Inject" สินทรัพย์ใหม่ๆ เข้ามาเพื่อลบล้างผลกระทบของสัญญาเดิมที่จะหมดอายุลง หากคุณเชื่อในศักยภาพของ Sponsor และการฟื้นตัวของค้าปลีกไทย นี่คือจังหวะที่ราคาต่อหน่วยอยู่ใกล้เคียง NAV ที่น่าสนใจที่สุดช่วงหนึ่งในรอบหลายปี

"เพจนี้จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่ความรู้และข้อมูลข่าวสารการลงทุนเท่านั้น ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อชี้ชวนหรือแนะนำให้ซื้อขายหลักทรัพย์ ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลด้วยตนเองก่อนตัดสินใจ"

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ถอดรหัสกลยุทธ์ Carabao Group 2026: เมื่อ "เครื่องดื่มชูกำลัง" เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของอาณาจักรใหม่

  ถอดรหัสกลยุทธ์ Carabao Group 2026: เมื่อ "เครื่องดื่มชูกำลัง" เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของอาณาจักรใหม่ ในวันที่ค่าครองชีพพุ่งสูงขึ้นเป็นเงาตามตัว และภาวะเงินเฟ้อกัดกินกำลังซื้อจนราคาสินค้าอุปโภคบริโภคพากันพาเหรดปรับตัวขึ้นกันถ้วนหน้า แต่หากเราเดินเข้าร้านโชห่วยทั่วประเทศไทย เรายังคงเห็น "คาราบาวแดง" ยืนหยัดปักหลักที่ราคา 10 บาทอย่างไม่สะทกสะท้าน การตรึงราคานี้ไม่ใช่เพียงการรักษาฐานลูกค้าแบบประคองตัว แต่มันคือ "Strategic Sacrifice" หรือการยอมเสียสละกำไรในระยะสั้นเพื่อเป้าหมายที่ใหญ่กว่า เบื้องหลังราคา 10 บาทในวันที่ต้นทุนทุกอย่างแพงขึ้น คือหมากรุกระดับ Masterstroke ที่กำลังเปลี่ยน Carabao Group (CBG) จากผู้ผลิตเครื่องดื่มชูพลัง ให้กลายเป็นแพลตฟอร์มการจัดจำหน่ายระดับอาเซียนอย่างเต็มตัวภายในปี 2026 -------------------------------------------------------------------------------- 1. ป้อมปราการ 10 บาท (The 10 Baht Fortress) — การใช้เงินเฟ้อเป็นอาวุธ ในขณะที่คู่แข่งเบอร์หนึ่งอย่างโอสถสภา (OSP) ตัดสินใจขยับราคา M-150 ขึ้นเป็น 12 บาทเพื่อรักษา Margin จากต้นทุนพลังงา...

เจาะลึกอาณาจักร JMART: จากร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้าสู่ระบบนิเวศ "Synergy" หมื่นล้านที่น่าจับตาในปี 2026

  เจาะลึกอาณาจักร JMART: จากร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้าสู่ระบบนิเวศ "Synergy" หมื่นล้านที่น่าจับตาในปี 2026 ย้อนกลับไปในปี 2531 ใครจะเชื่อว่าร้านจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กที่มีทุนจดทะเบียนเพียง 2 ล้านบาท จะเติบโตขึ้นมาเป็นยักษ์ใหญ่ในนาม บริษัท เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ JMART ในปัจจุบัน จากจุดเริ่มต้นวันนั้นสู่การเป็น Technology Investment Holding Company (T-IHC) ระดับหมื่นล้าน อะไรคือ "สูตรลับ" ที่ทำให้พวกเขาไม่เพียงแต่รอดพ้นจากมรสุมเศรษฐกิจ แต่ยังสามารถขยายอาณาจักรได้อย่างไม่หยุดยั้ง? คำตอบไม่ได้อยู่ที่สินค้าชิ้นใดชิ้นหนึ่ง แต่อยู่ที่การวางยุทธศาสตร์ที่เฉียบคมและการสร้างระบบนิเวศที่เชื่อมต่อกันอย่างทรงพลังที่เรียกว่า "Synergy" 1. The Power of Synergy: เมื่อการจัดสรรเงินทุนคือหัวใจของความแกร่ง หัวใจสำคัญที่ทำให้ JMART แตกต่างจากบริษัทโฮลดิ้งทั่วไปคือแนวคิด "The Power of Synergy" การปรับโครงสร้างองค์กรในปี 2559 สู่การเป็น Holding Company คือก้าวย่างสำคัญทางกลยุทธ์ เพราะช่วยให้บริษัทหลุดพ้นจากการเป็น "ทาสของวัฏจักรธุรกิจมื...

บทความวิเคราะห์: ผ่าฟอร์ม SPALI... เจ็บแต่จบ? หรือแค่พักฐานรอปันผล 7%?

 บทความวิเคราะห์: ผ่าฟอร์ม SPALI... เจ็บแต่จบ? หรือแค่พักฐานรอปันผล 7%? "ของดีราคาถูก มีอยู่จริง หรือแค่กับดัก?" วันนี้ผมพามาแกะงบส่องกล้องหุ้นอสังหาฯ ตัวท็อปอย่าง SPALI (ศุภาลัย) ที่ล่าสุดอาการดูเหมือนจะ "สะดุดขาตัวเอง" แต่ทำไมเซียนหลายคนยังเหลียวมอง? เพราะตัวเลขปันผลที่ล่อตาล่อใจระดับ 7% นี่แหละครับ! มาดูกันว่าเนื้อในเป็นยังไง จังหวะนี้ควร "สวน" หรือควร "สวด" (มนต์)? 1. ความจริงที่เจ็บปวด: ปี 68 คือปีแห่งการ "Reset"  ต้องยอมรับความจริงครับว่าผลงานล่าสุด (Q4/68) ของ SPALI ออกมา "น่าผิดหวัง" ยอดขาย (Presales) แผ่ว: ทำได้แค่ 5,800 ล้านบาท ติดลบไป -13% (YoY) และ -33% (QoQ) ทั้งที่ไตรมาสนี้พี่แกอัดเปิดโครงการใหม่เยอะที่สุดของปี แถมโปรโมชั่นจัดหนัก "ลด-แลก-แจก-แถม" และยิงแอดออนไลน์รัวๆ แต่ยอดกลับไม่พุ่งตามเป้า แนวราบซึม: ปกติ SPALI เก่งเรื่อง Real Demand (บ้านแนวราบ) แต่ไตรมาสนี้ทำได้ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย (เหลือ 3.7 พันล้าน จากปกติ 4 พันล้าน) สะท้อนว่ากำลังซื้อในตลาดหดตัวจริง ทั้งกลุ่มอยู่จริงและนักลงทุน กำไรส่อแวววูบ: คาดว่า...