ส่องกล้องหุ้น "OR vs PTG": ศึกชิงบัลลังก์ Lifestyle Hub ปี 2026 ใครคือตัวจริงที่น่าเก็บเข้าพอร์ต? (ฉบับเจาะลึกงบ & กราฟ)
ส่องกล้องหุ้น "OR vs PTG": ศึกชิงบัลลังก์ Lifestyle Hub ปี 2026 ใครคือตัวจริงที่น่าเก็บเข้าพอร์ต? (ฉบับเจาะลึกงบ & กราฟ)
สวัสดีครับเพื่อนนักลงทุน! เปิดศักราชใหม่ปี 2026 ภูมิทัศน์ของหุ้นกลุ่มสถานีบริการน้ำมันกำลังเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ลืมภาพจำเดิมๆ ที่แข่งกันขายน้ำมันไปได้เลย เพราะนาทีนี้คือสงคราม "Lifestyle & Ecosystem" ที่ใครครองใจผู้บริโภคได้ คือผู้ชนะ!
วันนี้ผมจะพามาเจาะลึก 2 ยักษ์ใหญ่ OR (ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก) และ PTG (พีทีจี เอ็นเนอยี) ที่กำลังขับเคี่ยวกันอย่างดุเดือด ข้อมูลอัดแน่นจากรายงานล่าสุดปี 2568-2569 ที่คุณต้องรู้ก่อนตัดสินใจเคาะขวา!
1. OR: ยักษ์ใหญ่ที่กำลัง "ตื่น" ด้วยขุมพลังแสนล้าน
OR ในปี 2569 ไม่ใช่แค่ปั๊มน้ำมัน แต่คือ "Lifestyle & Mobility Leader" ที่กำลังแปลงร่างครั้งใหญ่
Performance 9M2568: กำไรสุทธิโตระเบิด +98.4% แตะ 9,226 ล้านบาท! แม้รายได้รวมจะลดลงจากราคาน้ำมันโลก แต่กำไรพุ่งเพราะบริหารต้นทุนเก่ง และธุรกิจ Lifestyle (Café Amazon) ทำเงินเป็นกอบเป็นกำ
จุดแข็ง (Moat):
Café Amazon: สาขาทะลุ 5,000 แห่งทั่วโลก ยอดขาย 1.2 ล้านแก้ว/วัน คือ Cash Cow ที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี
การลงทุน (M&A): มีกระสุนดินดำ (งบลงทุน) กว่า 1 แสนล้านบาท ลุยซื้อกิจการรัวๆ ทั้ง โอ้กะจู๋, Otteri, และสตาร์ทอัพผ่าน ORZON Ventures
มุมมองเซียน: OR คือหุ้น "Defensive Growth" ที่พื้นฐานแน่นปึ้ก เงินสดล้นมือ เหมาะกับคนชอบความมั่นคงและรอรับปันผลที่เติบโตตามกำไรธุรกิจ Non-Oil
2. PTG: มวยรองจอมขยัน กับเดิมพัน "Max World"
PTG ในปี 2026 กำลังวิ่งสู้ฟัดเพื่อลบคำสบประมาทเรื่อง "มาร์จิ้นบาง" ด้วยกลยุทธ์ "Max World Ecosystem"
Performance 1H2025: รายได้ Non-Oil เริ่มส่งผลชัดเจน สัดส่วนกำไรขั้นต้นจาก Non-Oil พุ่งแตะ 34.1%
โดยมีพระเอกคือ กาแฟพันธุ์ไทย ที่โตระเบิด 135% YoY สาขาพุ่งพรวดพราดเตรียมแตะ 5,000 สาขาในปี 2571 กราฟเทคนิค (Timeframe Week):
จากกราฟที่คุณส่งมา ราคา PTG กำลังทำทรง "สะสมกำลัง" (Accumulation) ในกรอบ 7.40 - 7.60 บาท ซึ่งเป็นโซนต่ำมาก (Low Zone)
เกิดสัญญาณ Bullish Divergence ในอินดิเคเตอร์บางตัว และราคายืนเหนือแนวรับสำคัญได้เหนียวแน่น นี่คือจุดวัดใจที่สายเทคนิคต้องจับตา!
มุมมองเซียน: PTG คือหุ้น "Turnaround" ที่มีความเสี่ยงสูงกว่า OR (D/E 4.77 เท่า)
แต่แลกมาด้วย Upside ที่เปิดกว้างกว่าถ้าระเบิดฟอร์มธุรกิจ Non-Oil ได้ตามเป้า ใครชอบหุ้นซิ่ง ลุ้นเด้ง ต้องตัวนี้
3. เปรียบเทียบหมัดต่อหมัด: ใครน่าเก็บกว่ากัน?
ความแข็งแกร่ง (Balance Sheet): OR ชนะขาด ด้วย D/E ต่ำและเงินสดเยอะกว่ามาก PTG ยังมีภาระหนี้ที่ต้องบริหาร
การเติบโต (Growth Story): สูสี OR โตด้วยการซื้อกิจการ (Inorganic) ส่วน PTG โตด้วยการขยายสาขาเองอย่างบ้าคลั่ง (Organic)
ราคาหุ้น (Valuation): PTG ราคาลงมาลึกกว่า (Deep Value) ในขณะที่ OR ราคามักจะพรีเมียมกว่าเพราะความเชื่อมั่นตลาด
บทสรุป: กลยุทธ์การลงทุน
ทีม Play Safe: เก็บ OR เข้าพอร์ต ถือยาวกินปันผล รอการเติบโตของธุรกิจใหม่ๆ ที่ไปลงทุนไว้
ทีม Sniper: ดักเก็บ PTG แถวแนวรับ 7.40 บาท วาง Stop Loss สั้นๆ ลุ้นเด้งแรงตอนงบออก หรือตอนพันธุ์ไทยเข้าตลาดฯ
"ตลาดหุ้นไม่มีคำว่าแน่นอน แต่การทำการบ้านอย่างหนัก จะทำให้เราเข้าใกล้คำว่ากำไรมากขึ้น" โชคดีในการลงทุนครับ!

