ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

พระกริ่งรุ่นน้ำท่วม วัดสุทัศน์



พระกริ่งท่านเจ้าคุณศรี (สนธิ์)วัดสุทัศน์ รุ่นน้ำท่วม ปี 85 เป็นพระกริ่งอีกรุ่นหนึ่ง ซึ่งได้รับความนิยมเล่นหาอย่างกว้างขวาง ทั้งนี้ด้วยเป็นเพราะจำนวนมากกว่ารุ่นอื่นๆอีกทั้งรูปแบบและเนื้อหาก็สวยงาม

ในปี พ.ศ. 2485 กรุงเทพฯ เกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ ถนนหนทางเจิ่งนองไปด้วยน้ำที่หลากมาจากทางภาคเหนือและน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาที่เอ่อล้นขึ้นมาสมทบน้ำจึงท่วมกรุงและประจวบเหมาะกับการสร้างพระกริ่งครั้งนั้นเป็นช่วงน้ำท่วม นักเลงพระจึงขนานนามว่า “รุ่นน้ำท่วม” ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา

พระเครื่อง พระกริ่งรุ่นน้ำท่วม ท่านเจ้าคุณศรี(สนธิ์)เททองหล่อพระที่หน้าพระอุโบสถ วัดสุทัศน์ ซึ่งแบ่งออกเป็นสองฤกษ์ คือ ฤกษ์ช่วงเช้า และฤกษ์ช่วงบ่าย ในวันเดียวกันและใช้โลหะส่วนผสมต้างเบ้า หรือคนละเบ้า

ฤกษ์ช่วงเช้าหล่อพระได้ 500 องค์ และฤกษ์ช่วงบ่ายหล่อพระได้ 800 องค์ สำหรับเนื้อหาพระกริ่งที่หล่อในฤกษ์ช่วงเช้านั้น เนื้อพระมีสีมันเทศ ผิวสีจำปา บางองค์ผิวสีน้ำตาลก็มี ส่วนที่เทหล่อในฤกษ์ช่วงบ่าย มีส่วนผสมของทองแดงเจือจางลงไป เนื้อจึงออกเหลืองอมเขียว ใต้ฐานมักจะเรียบ แต่มีลงอักขระเหล็กจารไว้ และที่สำคัญทุกองค์จะตอกโค๊ด “กลมรีเท่าเม็ดงา” แต่จุดที่ตอกนั้นไม่แน่นอน บางองค์ก็ตอกไว้ที่ข้างบาตรน้ำมนต์ บางองค์ก็ตอกไว้ที่ขอบฐานด้านหน้าตอนบน หรือที่ขอบฐานด้านหลังก็มี

เครดิตข้อมูล: พระเครื่องพลาซ่า

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

หลวงพ่อสาคร หนุมาน มหาปราบ ตอนที่ 2

หลวงพ่อสาคร หนุมาน มหาปราบ ตอนที่ 2 รูปลักษณะ เป็นรูปหนุมานนั่งยองคล้ายรูปแบบของหลวงปู่ทิมผู้เป็นปรมาจารย์ แต่ได้เพิ่มเติมเสริมให้ เป็นหนุมานที่มีเอกลักษณ์เฉพาะของ หลวงพ่อสาคร โดยมือทั้งสองข้างวางที่หัวเข่าในลักษณะท่านั่งของลิงอย่างเป็นธรรมชาติ ในลักษณะเตรียมพร้อมลุกขึ้นสู้ต่อกรกับเหล่าไพรีอยู่เสมอ หนุมาน มหาปราบ เท้าทั้งสองวางบนหินและหางพันรอบตามเรื่องราว เมื่อครั้งที่หนุมานไปหายาสังกรณีตรีชวาที่เขาสรรพยา เพื่อนำปรุงเป็นยามารักษาพระลักษมณ์ที่ต้องหอกโมกขศักดิ์ โดยหนุมานใช้หางพันรอบเขาสรรพยา เพื่อล่อให้ยาหนีขึ้นไปอยู่บนยอดเขา ฐานเป็นฐานกลมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางขนาด 1.25 ซม. ด้านหน้ามีอักขระ “หะนุมานะ” คือ หัวใจ หนุมาน และด้านหลังมีอัก่ขระ “นะสังสะตัง” คือ กำลังหนุมาน ขนาดความสูง จากฐาน 2.7 ซม. ลวดลายต่างๆในตัวหนุมานได้ถูกรังสรรค์ขึ้น มาอย่างวิจิตรงดงาม ทรงคุณค่าแห่งงานศิลป์ที่ครบถ้วนด้วยศาสตร์ของการสร้างหนุมานตามตำราแห่งโบราณาจารย์

หลวงพ่อเงิน บางคลาน จอบใหญ่

เหรียญ จอบใหญ่ หลวงพ่อเงิน มีจุดตำหนิแห่งหนึ่ง ซึ่งนักเล่นจะให้สำคัญหรือเน้นการพิจารณามาก เพราะจะปรากฎพบทุกองค์นั้นจะสึกลบเลือนไปมากก็ยังเห็นอยู่ คือเส้นขอบเหรียญด้านล่างโย้ขึ้นไปจรดใต้ขาซ้ายแลดูคล้ายกับเส้นบล็อกแตกเป็นทางจากซุ้มไปจรดขา นอกจากนี้ก็ยังมีอีกตำแหน่งหนึ่ง ซึ่งนักเล่นเก่งๆพยายามปกปิด หากสวยสมบูรณ์จะเห็น “เนื้อล้น”ที่ข้างหูด้านขวา หรือเหนือหัวไหล่ขวาเป็นสันนูนออกมาเล็กน้อยคล้าย “รอยพับ” อีกทั้งห่วงหูขวาจะปรากฏ “เม็ดไข่ปลา”และเส้นซุ้มแบบเดียวกับด้านข้างองค์พระ โดยมักจะสึกลบเลือน เนื่องเพราะเป็นจุดนูนเหรือบริเวณสัมผัส และความหนาของห่วงระดับใกล้เคียงกับ”ซุ้มข้างองค์พระ” ปัจจุบันเหรียญ “จอบใหญ่” หลวงพ่อเงิน ของแท้แน่นอนหายากมากๆ ส่วนของปลอมเลียนแบบฝีมือยังห่างไกล

พระเครื่อง วัดสุทัศน์ พระกริ่งพุทธนิมิต

พระกริ่พุทธนิมิต พระนามนี้สมเด็จพระสังฆราชแพ ทรงถวายพระนามให้ เนื่องจากวันหนึ่งก่อนที่จะถึงวัดทำบุญฉลองพระชนมายุประมาณ 7 วัน พระครูวินัยกรณ์โสภณหรือพระครูหนู ได้ขึ้นไปเฝ้าเสด็จ เวลาประมาณ 6 โมงเย็น สมเด็จทรงรับสั่งว่า “หนู ปีนี้ไม่หล่อพระนะ ทำบุญเลี้ยงพระธรรมดาก็แล้วกัน”พระครูหนูรับสั่งแล้วก็ทูลลากลับไป ครั้นเช้าวันรุ่งขึ้น ประมาณ 3 โมง สมเด็จได้ให้สามเณรมาตามพระครูหนูให้เข้าเฝ้า และทรงรับสั่งว่า “หนู ถ้าจะต้องหล่อพระเสียแล้ว เมื่อคืนตอนค่อนรุ่งฉันฝันไปว่า ได้ไปที่วัดร้างเก่าๆ แบบโบราณ พบพระพุทธรูปยืนองค์หนึ่ง มีสองปาง ปางที่หนึ่งยืนแบบห้ามสมุทร ปางที่สองยืนรำพึงฉันได้นมัสการพระพุทธรูปสองปางนั้นแล้วตื่นขึ้น จึงมารำลึกว่าเราเคยหล่อพระทุกปีทำไมปีนี้จึงไม่หล่อ คล้ายกับเขามาเตือนให้เราหล่อพระ หลังจากนั้น พระองค์จึงค้นดุพระในครอบน้ำมนต์สัมฤทธิ์ ที่ใส่พระกริ่งเป็นประจำ ก็พบพระยืนเนื้อชินเก่าสูง 6 ซม.เป็นศิลปสมัยลพบุรี พุทธลักษณะคล้ายกับพระพุทธรูปองค์ที่เห็นในพระสุบิน จากนั้นจึงรับสั่งให้ไปตามช่างปั้นมาปั้นพระพุทธรูปยืน สูง 1 คืบ สำหรับพระองค์ และให้หล่อพระกริ่ง 30 องค์ โดยใช้พิมพ์ของ พระกริ...