ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

พระหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ รุ่นหลังเตารีด


พระหลวงพ่อทวด
วัดช้างให้ รุ่นหลังเตารีด

ในปี พ.ศ.2505 ทางวัดช้างให้ปัตตานี ได้ประกอบพิธีใหญ่โตครั้งสำคัญ สร้างวัตถุมงคลหลวงพ่อทวดขึ้นหลายอย่าง ซึ่งมีพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าเฉลิมพลทิฆัมพร เป็นผู้อุปถัมภ์ตลอดรายการประกอบพิธีปลุกเสก วันที่ 19 พ.ค. 2505 มีวัตถุมงคลหลายอย่างเข้าร่วมพิธี ดังนี้

1.รูปหล่อหลวงพ่อทวดชนิด บูชา

2.พระหลวงพ่อทวดเนื้อโลหะผสม(หลังเตารีด)มี 3 ขนาด คือ พิมพ์ใหญ่,พิมพ์กลาง,พิมพ์เล็ก

3.พระหลวงพ่อทวด เนื้อเมฆพัตร(หลังเตารีด) มีพิมพ์ใหญ่ขนาดเดียว

4.พระหลวงพ่อทวด เนื้อทองเหลือง ปั๊มรมดำ ด้านหลังมีตัวหนังสือ มี 2 ขนาด คือ ขนาดใหญ่กับเล็ก

5.รูปหล่อหลวงพ่อทวด เนื้อโลหะผสม มีเลขใต้ฐาน มีขนาดเดียว สร้างไว้ จำนวน 999 องค์

6.เหรียญรูปทรงน้ำเต้า เนื้อทองแดงรมดำ ด้านหลังมีตัวหนังสือขอม มี ขนาดเดียว แต่แยกเป็น 2 บล็อก

7.แหวนหลวงพ่อทวด เนื้อทองเหลืองขาว บางคนเรียกเนื้ออัลปาก้า

8.พระหลวงพ่อทวด เนื้อว่านรุ่นพิเศษ จำนวนประมาณ 2,000 องค์ เตรียมไว้สำหรับบรรจุในเจดีย์ใหญ่ ต่อมากลายเป็น “รุ่นพินัยกรรรม”

ประวัติการสร้าง พระหลวงพ่อทวด เนื้อโลหะ

เมื่อ 50 กว่าปีที่ผ่านมา บรรดาช่างฝีมือดี ที่ยอย่องและนิยมรู้จักกันทั่วไป เช่น ช่างแกะสลักฝีมือเยี่ยมต้อง อ.จำเนียร อยู่หน้าวัดมหรรณพ์ ช่างหล่อหลอมพระกริ่ง พระบูชา หรือรูปหล่อ ก็ต้องยกให้ อ.สวัสดิ์ เดชพ่วง บ้านอยู่ใกล้ที่แยกหลานหลวง เขตป้อมปรามฯถ้าเกี่ยวกับเรื่องปั๊มต้องยกให้ อ.สนั่น ศรีผลิน เจ้าของ ร้านโชคชัย หน้าวัดสุทัศน์ฯ

จากหลักฐานในหนังสือของวัดช้างให้ ที่พิมพ์แจกบรรณาการในพระราชพิธียกฉัตรทองยอดเจดีย์ วัดราษฎร์บูรณะ(วัดช้างให้)เมื่อวันที่ 29 ส.ค.2520 ในห้วข้อเรื่องการสร้างเหรียญหลวงพ่อทวด และพระเนื้อโลหะในหน้า 22-23 กล่าวถึง พระเนื้อกลับและพระเนื้อเมฆพัตร ซึ่งนิยมเรียกว่า “หลังเตารีด” พระครูวิสัยโสภณสร้างเมื่อปี พ.ศ.2505 พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมพลทิฆัมพร เป็นองค์อุปถัมภ์ ได้ประกอบพิธีใหญ่ พร้อมกับการปลุกเสกเนื้อโลหะรุ่นแรก และเป็นครั้งแรกในการสร้างพระด้วยเนื้อโลหะ

จากหลักฐานที่บ่งบอกข้างต้นทำให้เรารู้ว่า วัดช้างให้เพิ่งจะมีการสร้างพระเครื่องด้วยเนื้อโลหะรูปหลวงพ่อทวดเป็นครั้งแรก ในปี พ.ศ. 2505 นี่เอง เหนือจาก พ.ศ.2505 ขึ้นไป มีแต่สร้างเหรียญบ้าง เนื้อว่านบ้างและรูปหล่อพระบูชา ซึ่งเทกันทุกปี ตั้งแต่ปี พ.ศ.2505เป็นต้นมา

สรุปเรื่อง ไม่ได้มีการหล่อหลอม หรือเทพระเนื้อโลหะกันขึ้นที่วัดช้างให้เลย เพียงแต่ได้มีการประกอบพิธิปลุกเสกเนื้อโลหะ และการลงแผ่นทองที่เรียกว่า “ชนวน”เพื่อที่จะนำเอาไปหล่อหลอมรวมกับเนื้อโลหะส่วนใหญ่ แล้วเทพระออกมา

พระองค์เจ้าเฉลิมพลทิฆัมพร ท่านนำเนื้อโลหะและแผ่นทองที่ได้ผ่านพิธีปลุกเสกอย่างดีแล้วจากวัดช้างให้ เข้ามากรุงเทพฯนำมาเก็บไว้ที่วังท่าน แล้วพระองค์ท่านไปติดต่อ อ.สวัสดิ์ เดชพ่วง ซึ่งเป็นคนชอบพอกัน และทรงให้หล่อพระหลวงพ่อทวด เนื้อโลหะ หลังเตารีด 3 ขนาด โดยให้หล่อพระเนื้อเมฆพัตรก่อน ส่วนแม่พิมพ์นั้นให้ช่างจำเนียรแกะ

เครดิตข้อมูล: พระเครื่องพลาซ่า

รูปประกอบ:thaipra

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

วิเคราะห์หุ้น SAUCE (ไทยเทพรส) เชิงลึก ปี 2568-2569

✦ วิเคราะห์หุ้น · SAUCE · อัปเดต 2569 เจาะลึก SAUCE: หุ้นเครื่องปรุงรส "Money Machine" แห่งตลาดไทย กับปันผลทำสถิติใหม่ปี 2569 ไทยเทพรส · วิเคราะห์เชิงลึก · งบการเงิน 2568 · ปันผล XD 30 เม.ย. 2569 🗓️ กุมภาพันธ์ 2569 📊 Value Investing ⏱️ อ่าน 12 นาที 2.19฿ EPS สถิติใหม่ 1.81฿ ปันผล New High 4.45% Dividend Yield 9.25x Current Ratio 0.18 Beta (ต่ำมาก) ในโลกการลงทุนที่เต็มไปด้วยความผันผวน นักลงทุนสายคุณค่ามองหาธุรกิจที่ "ขาดไม่ได้" และมี "คูเมือง" ที่แข็งแกร่งพอต้านทานพายุเศรษฐกิจได้ — ซอสภูเขาทอง แบรนด์คู่ครัวไทยมากว่า 70 ปี คือตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดของแนวคิดนี้ 📋 สารบัญบทความ 01 "ปราการเหล็กที่ไร้หนี้" — สภาพคล่องที่แข็งแกร่งจนน่าตกใจ 02 เจาะลึกงบปี 2568 — เมื่อกำไรโตสวนทางรายได้ 03 "ศรีราชาพานิช" กลยุทธ์พริกไทย 100% คูเมืองที่ลอกไม่ได้ 04 ปันผลสถิติใหม่ 1.81 บาท — ชนะดอกเบี้ยเ...

เจาะลึกหุ้น KTB (ธนาคารกรุงไทย) อัปเดตล่าสุด วิเคราะห์พื้นฐาน งบการเงิน เงินปันผล

Stock Analysis 📈 เจาะลึกหุ้น KTB (ธนาคารกรุงไทย) โตเงียบ ปันผลเด่น ซ่อนมูลค่าระดับชาติ บทวิเคราะห์พื้นฐานเจาะลึก อัปเดตข้อมูลล่าสุด ชำแหละจุดแข็ง ความเสี่ยง และขุมทรัพย์ Data ที่นักลงทุนไม่ควรมองข้าม 💰 P/E Ratio ~ 7.x เท่า 📊 P/BV Ratio ~ 0.5 - 0.6 เท่า 💸 Dividend Yield > 5.0% 🛡️ Coverage Ratio > 170% สวัสดีครับนักลงทุนทุกท่าน หากพูดถึง "หุ้นธนาคารพาณิชย์" ที่มีความมั่นคงสูง มีรัฐบาลเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ และจ่ายปันผลได้อย่างสม่ำเสมอ ชื่อของ KTB (ธนาคารกรุงไทย) ย่อมอยู่ในลิสต์อันดับต้นๆ อย่างแน่นอน แต่วันนี้ KTB ไม่ได้เป็นแค่ "แบงก์รัฐ" แบบเดิมอีกต่อไป การมาของแพลตฟอร์มดิจิทัลระดับประเทศได้เปลี่ยนเกมธุรกิจของพวกเขาไปอย่างสิ้นเชิง เรามาดูกันว่าเพราะอะไรเซียนหุ้นหลายคนถึงยังเก็บหุ้นตัวนี้เข้าพอร์ต ...

เจาะลึก BEM ปี 2569: 5 จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ "หุ้นรถไฟฟ้า" กลายเป็น "หลุมหลบภัย" และ "เครื่องจักรผลิตเงินสด" แห่งทศวรรษ

  เจาะลึก BEM ปี 2569: 5 จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ "หุ้นรถไฟฟ้า" กลายเป็น "หลุมหลบภัย" และ "เครื่องจักรผลิตเงินสด" แห่งทศวรรษ บทนำ: เมื่อ "ฝันร้าย" เรื่องสัมปทานหมดอายุ กลายเป็น "โอกาสทอง" ในวันที่โลกผันผวน ในฐานะนักลงทุน เรากำลังยืนอยู่บนความย้อนแย้งของตัวเลข ในขณะที่เศรษฐกิจไทยปี 2569 ต้องเผชิญมรสุม GDP ที่คาดว่าจะเติบโตเพียง 2.1% จากพิษภาษีนำเข้า (Tariffs) ของสหรัฐฯ ที่พุ่งสูงถึง 19% จนภาคการส่งออกระส่ำระสาย แต่หุ้น BEM (บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน)) กลับฉายแววการเป็น "หลุมหลบภัย" (Safe Haven) ที่น่าดึงดูดใจที่สุดแห่งหนึ่ง หากมองเพียงผิวเผิน ราคาหุ้นในเดือนมีนาคม 2569 ที่วนเวียนอยู่ในระดับ 5.95 - 6.04 บาท อาจดูเหมือนการปรับฐานทั่วไปตาม P/E 23.57 เท่า แต่สำหรับ "เซียนหุ้น" ที่มองลึกถึงปัจจัยพื้นฐาน นี่คือโอกาสครั้งสำคัญในการสะสมสินทรัพย์ที่ "ผูกขาดโดยธรรมชาติ" (Natural Monopoly) และกำลังหลุดพ้นจากฝันร้ายเรื่อง "หน้าผาสัมปทาน" (Concession Cliff) เข้าสู่ยุคของการเติบโตแบบ Yield A...