วันเสาร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2555

พระมงคลทิพยมุนี วัดทองธรรมชาติ กรุงเทพฯ


หลวงพ่อโชติ วัดตะโน กรุงเทพฯ
เหรียญหลวงพ่อโชติ รุ่นแรกมีลักษณะรูปไข่ สร้างแจกเนื่องในงานทำบุญอายุ 80 ปี ของหลวงพ่อเมื่อปี พ.ศ. 2490 เป็นเหรียญที่ได้รับความนิยมมากในย่านบางแวก เนื่องจากท่านเป็นพระภิกษุที่มีความสามารถหลายๆอย่างในด้านเครื่องรางของขลังท่านก็ได้ใช้วิชาความรู้ที่ได้เล่าเรียนมาทำตะกรุด เชือกคาดเอว แจกบรรดาศิษยานุศิษย์เหรียญของท่านจึงนับวันจะหายาก
พระมงคลทิพยมุนี วัดทองธรรมชาติ กรุงเทพฯ
เหรียญพระมงคลทพิยมุนี ที่นำเสนอนี้ เป็นเหรียญที่ท่านได้สร้างและปลุกเสกด้วยตนเอง เมื่อปี พ.ศ. 2499 เนื่องในงานฉลองชนมายุครบ ๗ รอบ เหรียญรุ่นนี้เป็นของดีที่มีคุณค่าและควรเก็บไว้ให้ลูกหลานได้มีไว้คุ้มครองภัย เพราะสมัยมีชีวิตอยู่ท่านได้ปฎิสังขรณ์เสนาสนะที่ทรุดโทรมและสร้างเพิ่มเติมเพื่อปรับปรุงวัดให้มีสภาพดีถาวรสืบต่อมา เหรียญรุ่นนี้จึงมีผู้เคารพเลื่อมใสแม้สนนราคาจะไม่สูงนักแต่มีกิตติคุณดีควรมีไว้ติดตัวเพื่อเป็นสิริมงคล
หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก จ.พระนครศรีอยุธยา
หลวงพ่อจงจะเป็นพระที่ได้รับเกียรติยกย่องว่าทรงวิทยาวรคุณและมีชื่อเสียงโด่งดังในเวลานั้น เรียนวิปัสสนากรรมฐานจนได้สำเร็จการทำสมาธิจิต ภายหลังหลวงพ่อจงได้ปลุกเสกพระเครื่องวัตถุมงคลแจกศิษย์ เช่นตะกรุด ผ้ายันต์ จนได้รับการกล่าวขานในด้านความขลังต่างๆ เหรียญสี่เหรียญสี่เหลี่ยมพิมพ์ขนมเปียกปูนที่นำเสนอนี้เป็นพิมพ์ที่ได้รับความนิยม เพราะเป็นเหรียญเก่าแก่ที่จัดสร้างขึ้นเมื่อประมาณปี พ.ศ.2492-95 และจำนวนในการสร้างไม่มากนักจึงเป็นเหรียญที่ค่อนข้างจะหายาก

วันอังคารที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2555

พระพุทธสิหิงค์ สมเด็จพระสังฆราช ปี 33

พระพุทธสิหิงค์ สมเด็จพระสังฆราช ปี 33
ยุคนี้ พระเครื่อง วัตถุมงคล สมเด็จพระสังฆราช วัดบวรฯ เป็นพระเครื่องยอดนิยม ที่ผู้คนทุกระดับชั้นแสวงหาไว้บูชาติดตัวกัน เพราะมีพุทธคุณดีเยี่ยมในทุกด้าน
จึงมิต้องสงสัยเลยว่า เหตุใดบางรุ่นบางพิมพ์จึงมีราคาเล่นหาองค์เป็นหมื่นๆ เมื่อปลายปี 33 คณะศิษย์ได้จัดสร้าง พระพุทธสิหิงค์ หลังสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชถวายแด่ สมเด็จพระสังฆราชฯ ปลุกเสกเป็นกรณีพิเศษ เพื่อนำไปให้สาธุชนทั้งหลายเช่าบูชา หารายได้สมทบทุนโครงการต่างๆ
โดยให้ ช่างกรมศิลปกร เป็นผู้ดำเนินการแกะแม่พิมพ์ ดังนั้นเรื่องความสวยงามต้องยกให้เป็นอันดับ หนึ่ง ไม่เป็นสองรองใคร เป็น พระเนื้อผง มีส่วนผสมผงเก่ามากมายอาทิ เช่น พระผงสมเด็จพระสังฆราชฯ ที่ชำรุดแตกหักทุกรุ่นเท่าที่รวบรวมได้,ผงพระชำรุดแตกหักของสำนักต่างๆ,ดอกไม้และขึ้ธูปจากสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทั่วประเทศ เป็นต้น
สมเด็จพระสังฆราชฯ อธิษฐานจิตปลุกเสกเดี่ยว

วันอังคารที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2555

เหรียญหล่อสี่เหลี่ยม รุ่นเสาร์ห้า หลวงพ่อนุ่ม



เหรียญหล่อสี่เหลี่ยม รุ่นเสาร์ห้า หลวงพ่อนุ่ม
เหรียญหล่อ เสาร์ห้า หลวงพ่อนุ่ม
นับเป็นพระเครื่องวัตถุมงคลอีกประเภทหนึ่งของหลวงพ่อนุ่มที่ได้รับความนิยมมากความจริงแล้วพระในรุ่นเสาร์ห้านี้ หลวงพ่อได้จัดสร้างขึ้นรวม 3 แบบด้วยกันคือ เหรียญหล่อสี่เหลี่ยม , พิมพ์พระนางพญา และ พิมพ์พระปางสมาธิ แต่ที่นิยมกันมากที่สุดมีราคาแพงที่สุด ก็ได้แก่ เหรียญหล่อสี่เหลี่ยม รองลงมาก็คือ พิมพ์นางพญา และพิมพ์สมาธิ ตามลำดับ
ในส่วนของพระเครื่องเหรียญหล่อสี่เหลี่ยมนั้น เป็นพระขนาดประมาณ 2.3-3.2 ซ.ม. ด้านหน้าเป็นรูปพระองค์พระปางสมาธิ ฐาน 3 ชั้น อยู่ภายในกรอบสี่เหลี่ยม เหนือฐานชั้นบนมีกลีบบัวรองรับองค์พระอยู่รวม 6 กลีบ ส่วนด้านหลังเป็นยันต์ตรีนิสิงเห สำหรับพิมพ์นางพญาและพิมพ์สมาธิ องค์พระเป็นรูปสามเหลี่ยมปางมารวิชัย และปางสมาธิ ส่วนด้านหลังจะเรียบทั้ง 2 พิมพ์
ทั้ง 3 แบบพิมพ์พระเครื่องนี้ จัดสร้างขึ้นโดยการหล่อด้วยด้วยเนื้อทองเหลืองและด้วยการเป็นพระหล่อนี่เองทำให้พุทธลักษณะและเนื้อหาขององค์พระเครื่องประกอบกันเข้าแล้ว ดูสวยแปลกตาและมีเสน่ห์ไม่แพ้เหรียญหล่อหรือพระหล่อจากสำนักใดๆเลย
ในด้านพุทธคุณไม่ถือเป็นรองเหรียญรุ่นแรกแม้แต่น้อย มักนิยมว่าเด่นทางเมตตาและแคล้วคลาด ผู้ชายมักนิยมเหรีญหล่อสี่เหลี่ยม ส่วนผู้หญิงนิยมพิมพ์นางพญาและสมาธิเนื่องจากมีขนาดเล็กกว่า
พระในชุดนี้ ที่เป็นเนื้อผง หรือเนื้อดิน ก็เคยพบอยู่บ้างแต่ไม่มากนัก เข้าใจว่าเป็นการทำในช่วงแรกๆเพื่อลองพิมพ์พระในวงการพระเครื่องให้ความนิยมเช่นกัน ข้อสำคัญขอให้พิจารณาความเก่าและพุทธลักษณะให้แม่นยำ

วันพุธที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

พระกริ่ง บางหอย หลวงพ่อจาด


พระกริ่ง บางหอย
หลวงพ่อจาด วัดบางกระเบา



พระกริ่ง บางหอยพระกริ่ง บางหอย หลวงพ่อจาด แบ่งออกเป็น 3 พิมพ์ ด้วยกัน คือ พิมพ์ใหญ่ พิมพ์กลาง พิมพ์เล็ก พุทธลักษณะพระกริ่ง บางหอย หลวงพ่อจาด พุทธลักษณะคล้ายพระกริ่ง 79 สมเด็จพระสังฆราชแพ โดยเฉพาะ พิมพ์ใหญ่ ด้านหลังมีตัว อุ อยู่ตรงกลางฐาน หล่อด้วยเนื้อทองผสม บางองค์เนื้อจัดมาก ผิวแบบเนื้อสัมฤทธิ์ก็มี  บางองค์แก่ทองเหลือง บางองค์แก่ทองแดง ในพิธีการเททองหล่อพระกริ่ง บางหอย นี้ ได้จัดสร้าง พระรูปหล่อลอยองค์ หลวงพ่อจาด ด้วย แต่น้อยมาก นักสะสมพระเครื่องส่วนใหญ่ไม่รู้จักยกเว้นคนพื้นที่ พระรูปหล่อลอยองค์มี 2 พิมพ์ คือ พิมพ์ฐานตอกชื่อ สวัสดิ์ ผ่องสกุล (สันนิษฐานว่าเป็นชื่อผู้สร้าง) , พิมพ์ฐานจาร(แต่บางคนองค์ไม่มี)พระกริ่ง บางหอย พิจารณาเล่นหาได้ง่าย และมีจำนวนพระเครื่องที่หมุนเวียนเปลี่ยนมือในวงการก็มีมากพอเพียง และที่สำคัญราคาเช่าหายังพอสู้กันไหว พระกริ่ง บางหอย พิมพ์ใหญ่ พิมพ์กลาง และพิมพ์เล็ก ส่วนใหญ่ที่พบมักจะหล่องดงามมาแต่เดิม จึงไม่จำเป็นต้องแต่ง แต่ก็มีบ้างที่แต่งเซาะเนื้อรายละเอียดบางแห่ง อาทิ จีวรข้างแขน,บาตรน้ำมนต์ในองค์ที่หล่อติดไม่เต็ม หรือชัดเจนไม่พอ สำหรับ พุทธคุณ ก็เช่นเดียวกับวัตถุมงคลประเภทเหรียญ และเครื่องรางของขลังต่างๆในหลวงพ่อจาด คือ เด่นทางมหาอุดและคงกระพันชาตรี มีประสบการณ์มาก เป็นที่เชื่อถือยอมรับหลวงพ่อจาด วัดบางกระเบา อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี ท่านเป็นหนึ่งในห้าพระเกจิอาจารย์อาคมขลัง จาด-จง-คง-อี๋-จัน ชื่อดังในยุคสมัยสงครามอินโดจีน ผู้สร้างเสื้อยันต์,ผ้าประเจียดและตะกรุด แจกแก่ทหารหาญไปประจัญบานรบพุ่งกับอริราชศัตรูแล้วบังเกิดอภินิหารอันมหัศจรรย์ คือ ยิงไม่รู้จักตาย จนได้รับสมญานามว่า ทหารผี เป็นที่คร้ามเกรงของข้าศึกหลวงพ่อจาด ท่านได้รับการถ่ายทอดวิชาอาคมจากหลวงปู่ทอง วัดหลวงปรีชากุล จนครบถ้วน จึงกราบลาพระอาจารย์ไปศึกษาเพิ่มเติมกับ หลวงปู่จีน วัดเก้าเวฬุวัน จ.ฉะเชิงเทรา กระทั่งพรรษาที่ 5 จึงเดินทางกลับมาจำพรรษาที่ วัดบางกระเบา หลวงพ่อจาด ท่านได้สร้างพระเครื่อง วัตถุมงคลและเครื่องรางของขลังไว้หลายประเภท รวมทั้งรับนิมนต์ไปเป็นประธานในพิธีจัดสร้างวัตถุมงคลต่างๆด้วย พระเครื่องและเครื่องรางของขลังที่ท่านสร้างไว้เอง ณ.วัดบางกระเบา ได้แก่ เหรียญ , รูปเหมือน รุ่นต่างๆ เสื้อยันต์แดง ,ผ้าประเจียด , ตะกรุด

วันศุกร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2555

เหรียญหลวงปู่ทอง วัดราชโยธา


เหรียญหลวงปู่ทอง วัดราชโยธา
พระเกจิอาจารย์ที่มีอายุยืนยาวที่สุดถึง 117 ปี
ท่านครองวัดซึ่งอยู่โดดเดี่ยวภายในแวดวงของอิสลามมิกชน


หลวงปู่ทองเหรียญหน้าจมเป็นเหรียญที่แกะด้วยฝีมือเป็นเลิศ
เหรียญหลวงปู่ทองรุ่นแรกนี้ สร้างในราว ปี พ.ศ.2480 ซึ่งเป็น
พระเครื่องเหรียญรูปหลวงปู่เหรียญเดียวเท่านั้นที่สร้างในขณะที่ท่านยังดำรงชีวิตอยู่นอกจากเหรียญรุ่นนี้แล้ว ปรากฏว่า มีสานุศิษย์ของหลวงปู่ทองได้สร้างขึ้นอีก 2-3 แบบ สำหรับพระเครื่องวัตถุมงคลเหรียญหลวงปู่ทอง วัดราชโยธา รุ่น 1 ซึ่งท่านอาจารย์แก้ว คำวิบูลย์ เป็นผู้สร้างนี้มีอยู่ด้วยกัน 2 พิมพ์ด้วยกัน พิมพ์หนึ่งเรียกว่า พิมพ์หน้าลอย พิมพ์นี้ รูปท่านลายเด่นอยู่เหนือพื้นเหรียญ สำหรับอีกพิมพ์หนึ่งเรียกว่า พิมพ์หน้าจม นั้น รูปหน้าท่านจมลงไปในพื้นเหรียญอย่างเห็นได้ชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งส่วนที่แสดงเป็นเบ้าตา , แก้มที่ตอบและรูปปากของท่านด้วยเอกลักษณะของพิมพ์ดังกล่าวแล้ว นักสะสมพระเครื่องจึงแยกเป็น พิมพ์หน้าลอยและพิมพ์หน้าจมสำหรับรายละเอียดนั้นเหมือนกันทั้ง ๒ พิมพ์ ผิดแต่ขนาดของพิมพ์หน้าลอยเล็กกว่าพิมพ์หน้าจมเล็กน้อยเท่านั้น เหรียญหลวงปู่ทองทั้งสองพิมพ์เท่าที่พบเห็นมามีเนื้อเงิน ทองแดง และที่จัดจนเป็นสำริดก็มี ลักษณะของเหรียญโดยทั่วไป เป็นเหรียญรูปไข่ขนาดเล็กกว่าเหรียญธรรมดา หูเจาะในตัว ด้านหน้าเป็นรูปร่างครึ่งองค์ในหน้าเอียงไปทางด้านซ้ายเล็กน้อย ด้านล่างปรากฏอักขระขอม 3 ตัว อ่านว่า อายะณะ เข้าใจว่าเป็นฉายาของท่าน สำหรับอักขระภาษาไทยตัวนูน อ่านจากขวาไปซ้ายความว่า ท่านอาจารย์ ทอง วัดราชโยธา อายุ 117 ปี  ล้อมรอบด้วยเม็ดไข่ปลานูน และเส้นโดยรอบยกสูงขึ้นเล็กน้อยด้านหลังเหรียญ โดยรอบยกเป็นเส้นลวดเรียวเล็ก อักขระขอมโดยรอบถอดออกมาเป็นภาษาไทยได้ความดังนี้
สำหรับอักขระ นะ โม พุท ธา ยะ ซึ่ง หมายถึงพระนามย่อของพระเจ้า ๕ พระองค์
นะ หมายถึง พระกุกกุสันโธ , โม หมายถึง พระโกนาคะมะโน , พุท หมายถึง พระกัสสะโปเถโร , ธา หมายถึง พระโคตะโม , ยะ หมายถึง พระศรีอารยะเมตตรัย