ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

หนุมาน มหาปราบ หลวงพ่อสาคร วัดหนองกรับ ตอนที่ 1


หนุมาน มหาปราบ หลวงพ่อสาคร วัดหนองกรับ



บุญญานุสรณ์แห่งกฐิน ๕๒
หลวงพ่อสาคร มนุญฺโญ

วัดหนองกรับ ตำบลหนองบัว อ.บ้านค่าย จ.ระยอง
ในงานกฐินปี 2552 นี้ หลวงพ่อสาคร วัดหนองกรับ อ.บ้านค่าย จ.ระยอง ทายาทสืบสานแห่งพุทธาคมของหลวงปู่ทิม ได้มีดำริให้จัดสร้าง หนุมานขึ้นเพื่อแจกแก่ผู้ร่วมทำบุญกฐินในปี 2552 นี้ โดยให้ทำตามรูปแบบรอยเดิมของหลวงปู่ทิม คือ หนุมานนั่งยอง ในลักษณะเตรียมพร้อมลุกขึ้นต่อสู้อยู่เสมอ แต่ต้องการให้เป็นเอกลักษณะ เฉพาะของวัดหนองกรับ และที่สำคัญทำให้งดงามอย่างที่สุดครบถ้วน ทั้งศาสตร์และศิลป์ ซึ่งถือเป็นการจัดสร้าง หนุมานลอยองค์ครั้งแรกของหลวงพ่อสาคร และหลวงพ่อสาครเองท่านเป็นผู้มีกำเนิดวันเดียวกับหนุมานคือ วัน อังคาร เดือนสาม ปีขาล ว่ากันว่าบุคคลที่มีดวงกำเนิดเช่นนี้เป็นผู้มี ตบะ เดชะ ได้โฉลกกับการปลุกเสกหนุมาน มหาปราบอย่างยิ่ง


ท่านได้กำหนดพิธีกรรมในการปลุกเสกตามตำรา หลวงปู่ทิม คือ กำหนดเสก ๕ เสาร์ ๕ อังคาร เพื่อให้หนุมานมีฤทธิ์เดชอานุภาพอย่างสูงสุดก่อนการปลุกเสกนั้น ท่านได้ทำ พิธีชุบตัวหนุมาน ด้วยศรมารายณ์เป็นเวลา ๗ วัน ๗ คืน ในอุโบสถวัดหนองกรับโดย หลวงพ่อสาครท่านได้ใช้น้ำ พระพุทธมนต์ผสมกับว่าน 108 เพื่อนำมาแช่ว่านยาชุบตัวหนุมานก่อน นอกจากนี้ยังมีใบไม่รู้นอนทั้ง ๗ ชนิด เพื่อถือเคล็ดของความไม่รู้จักนอน ไม่รู้จักตายเหมือนหนุมาน

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

หลวงพ่อเงิน บางคลาน จอบใหญ่

เหรียญ จอบใหญ่ หลวงพ่อเงิน มีจุดตำหนิแห่งหนึ่ง ซึ่งนักเล่นจะให้สำคัญหรือเน้นการพิจารณามาก เพราะจะปรากฎพบทุกองค์นั้นจะสึกลบเลือนไปมากก็ยังเห็นอยู่ คือเส้นขอบเหรียญด้านล่างโย้ขึ้นไปจรดใต้ขาซ้ายแลดูคล้ายกับเส้นบล็อกแตกเป็นทางจากซุ้มไปจรดขา นอกจากนี้ก็ยังมีอีกตำแหน่งหนึ่ง ซึ่งนักเล่นเก่งๆพยายามปกปิด หากสวยสมบูรณ์จะเห็น “เนื้อล้น”ที่ข้างหูด้านขวา หรือเหนือหัวไหล่ขวาเป็นสันนูนออกมาเล็กน้อยคล้าย “รอยพับ” อีกทั้งห่วงหูขวาจะปรากฏ “เม็ดไข่ปลา”และเส้นซุ้มแบบเดียวกับด้านข้างองค์พระ โดยมักจะสึกลบเลือน เนื่องเพราะเป็นจุดนูนเหรือบริเวณสัมผัส และความหนาของห่วงระดับใกล้เคียงกับ”ซุ้มข้างองค์พระ” ปัจจุบันเหรียญ “จอบใหญ่” หลวงพ่อเงิน ของแท้แน่นอนหายากมากๆ ส่วนของปลอมเลียนแบบฝีมือยังห่างไกล

หลวงพ่อสาคร หนุมาน มหาปราบ ตอนที่ 2

หลวงพ่อสาคร หนุมาน มหาปราบ ตอนที่ 2 รูปลักษณะ เป็นรูปหนุมานนั่งยองคล้ายรูปแบบของหลวงปู่ทิมผู้เป็นปรมาจารย์ แต่ได้เพิ่มเติมเสริมให้ เป็นหนุมานที่มีเอกลักษณ์เฉพาะของ หลวงพ่อสาคร โดยมือทั้งสองข้างวางที่หัวเข่าในลักษณะท่านั่งของลิงอย่างเป็นธรรมชาติ ในลักษณะเตรียมพร้อมลุกขึ้นสู้ต่อกรกับเหล่าไพรีอยู่เสมอ หนุมาน มหาปราบ เท้าทั้งสองวางบนหินและหางพันรอบตามเรื่องราว เมื่อครั้งที่หนุมานไปหายาสังกรณีตรีชวาที่เขาสรรพยา เพื่อนำปรุงเป็นยามารักษาพระลักษมณ์ที่ต้องหอกโมกขศักดิ์ โดยหนุมานใช้หางพันรอบเขาสรรพยา เพื่อล่อให้ยาหนีขึ้นไปอยู่บนยอดเขา ฐานเป็นฐานกลมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางขนาด 1.25 ซม. ด้านหน้ามีอักขระ “หะนุมานะ” คือ หัวใจ หนุมาน และด้านหลังมีอัก่ขระ “นะสังสะตัง” คือ กำลังหนุมาน ขนาดความสูง จากฐาน 2.7 ซม. ลวดลายต่างๆในตัวหนุมานได้ถูกรังสรรค์ขึ้น มาอย่างวิจิตรงดงาม ทรงคุณค่าแห่งงานศิลป์ที่ครบถ้วนด้วยศาสตร์ของการสร้างหนุมานตามตำราแห่งโบราณาจารย์

พระเครื่อง วัดสุทัศน์ พระกริ่งพุทธนิมิต

พระกริ่พุทธนิมิต พระนามนี้สมเด็จพระสังฆราชแพ ทรงถวายพระนามให้ เนื่องจากวันหนึ่งก่อนที่จะถึงวัดทำบุญฉลองพระชนมายุประมาณ 7 วัน พระครูวินัยกรณ์โสภณหรือพระครูหนู ได้ขึ้นไปเฝ้าเสด็จ เวลาประมาณ 6 โมงเย็น สมเด็จทรงรับสั่งว่า “หนู ปีนี้ไม่หล่อพระนะ ทำบุญเลี้ยงพระธรรมดาก็แล้วกัน”พระครูหนูรับสั่งแล้วก็ทูลลากลับไป ครั้นเช้าวันรุ่งขึ้น ประมาณ 3 โมง สมเด็จได้ให้สามเณรมาตามพระครูหนูให้เข้าเฝ้า และทรงรับสั่งว่า “หนู ถ้าจะต้องหล่อพระเสียแล้ว เมื่อคืนตอนค่อนรุ่งฉันฝันไปว่า ได้ไปที่วัดร้างเก่าๆ แบบโบราณ พบพระพุทธรูปยืนองค์หนึ่ง มีสองปาง ปางที่หนึ่งยืนแบบห้ามสมุทร ปางที่สองยืนรำพึงฉันได้นมัสการพระพุทธรูปสองปางนั้นแล้วตื่นขึ้น จึงมารำลึกว่าเราเคยหล่อพระทุกปีทำไมปีนี้จึงไม่หล่อ คล้ายกับเขามาเตือนให้เราหล่อพระ หลังจากนั้น พระองค์จึงค้นดุพระในครอบน้ำมนต์สัมฤทธิ์ ที่ใส่พระกริ่งเป็นประจำ ก็พบพระยืนเนื้อชินเก่าสูง 6 ซม.เป็นศิลปสมัยลพบุรี พุทธลักษณะคล้ายกับพระพุทธรูปองค์ที่เห็นในพระสุบิน จากนั้นจึงรับสั่งให้ไปตามช่างปั้นมาปั้นพระพุทธรูปยืน สูง 1 คืบ สำหรับพระองค์ และให้หล่อพระกริ่ง 30 องค์ โดยใช้พิมพ์ของ พระกริ...