ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

เหรียญหลวงปู่คำพันธ์


เหรียญหลวงปู่คำพันธ์

คอลัมน์ เปิดตลับพระใหม่




"พระสุนทรธรรมกร" หรือ "หลวงปู่คำพันธ์ โฆสปัญโญ" อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธาตุมหาชัย ต.มหาชัย อ.ปลา ปาก จ.นครพนม พระเกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งภาคอีสาน ที่มีวิชากัมมัฏฐานแก่กล้าเรืองวิทยาคม เล่นแร่แปรธาตุจนเลื่องชื่อ ได้รับสมญานามว่า "เทพเจ้าแห่งลุ่มแม่น้ำโขง"

ท่านได้รับแนวทางในการฝึกปฏิบัติกัมมัฏฐานจาก หลวงปู่เสาร์ กันตสีโล ในห้วงที่ท่านยังมีชีวิตได้สร้างวัดวาอาราม อุโบสถ โรงพยาบาล และโรงเรียนขึ้นหลายแห่ง

ครั้นล่วงเข้าสู่วัยชราภาพ ท่านมีโรคประจำ ตัวรุมเร้า อาพาธนานหลายปี จนเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2546 เวลาประมาณ 01.59 น. ท่านได้ละสังขารลงอย่างสงบ สิริรวมอายุ 89 ปี พรรษา 59

กล่าวขานกันว่า วัตถุมงคลหลายรุ่นของหลวงปู่คำพันธ์ มีความศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก ผู้ที่มีไว้ในครอบครองบูชา ล้วนไม่เคยลำบากหรือเดือดร้อน ไม่มีอุปสรรคเข้ามาแผ้วพาน ประสบโชคลาภเงินทองไหลมาเทมา

ผู้ที่มีวัตถุมงคลหลวงปู่คำพันธ์ ให้จุดธูปบูชาอธิษฐานขอพร นำเหรียญหรือวัตถุมงคลไว้ในมือ สวดนะโม 3 จบ จะเกิดสิ่งดลใจให้สมความปรารถนาทุกประการ

ทั้งนี้ ก่อนหน้าที่หลวงปู่คำพันธ์จะมรณภาพไม่นาน ท่านได้นั่งภาวนาอธิษฐานจิตปลุกเสกวัตถุมงคล ซึ่งเป็นรุ่นสุดท้ายจริงๆ คือ "เหรียญหลวงปู่คำพันธ์ รุ่น พ.ศ.2546"

จัดสร้างโดย พล.ต.สมศักดิ์ ถาวรศิริ ขณะครองตำแหน่งเป็นรองผู้บัญชาการมลฑลทหารบกที่ 3 (ร.3 พัน 3) อุดรธานี เนื่องในโอกาสที่ระลึกครบรอบ 100 ปี กองพลทหารราบที่ 3 ได้ทำไว้แจกจ่ายให้แก่กำลังพลเป็นขวัญและกำลังใจ

เหรียญรุ่นดังกล่าว จัดสร้างเป็นเหรียญรูปไข่ ไม่มีหูห่วง ประกอบด้วย เนื้อทองคำ 4 เหรียญ เนื้อเงิน 199 เหรียญ เนื้อทองเหลือง 300 เหรียญ และเนื้อทองแดง 10,000 เหรียญ

ด้านหน้าเหรียญ มีรูปเหมือนหลวงปู่คำพันธ์หน้าตรงครึ่งองค์ เหรียญรุ่นนี้มีความหนา 4 มิลลิเมตร ด้านล่างจากขอบไหล่ด้านซ้ายถึงจีวรด้านขวา สลักตัวหนังสือนูน "หลวงปู่คำพัน โฆสปัญโญ"

ด้านหลังเหรียญ ครึ่งวงรีสลักตัวหนังสือคำว่า "ที่ระลึกครบรอบ ๑๐๐ ปี" ขั้นกลางมีตรากงจักร และสลักวันเดือนปีที่สร้าง "๑๓ เมษายน ๒๕๔๖" ตรงกลางเหรียญมีตราสัญลักษณ์ของกองพลทหารราบที่ ๓ พร้อมคำขวัญระบุว่า "พลีชีพ พิทักษ์ชาติ"

ลักษณะเด่นของเหรียญรุ่นนี้ มีความหนาพิเศษ โดยเฉพาะรูปเหมือนหลวงปู่จะนูนสวยลอยองค์ จมูกไม่แบน และสวยที่สุดของเหรียญรูปไข่เท่าที่จัดสร้างมา

ข้อสังเกต ถ้าเป็นของเก๊เหรียญจะพร่ามัว แต่ถ้าเป็นเหรียญแท้จะมีเส้นรัศมี

เหรียญรุ่นนี้ มีพุทธคุณโดดเด่นด้านแคล้วคลาดสูง คือ ปกปักรักษา และมหาโชคมหาลาภ

การเช่าหาบูชาเหรียญ เนื้อทองคำอยู่ที่ 300,000 บาท เนื้อเงิน 12,000-15,000 บาท เนื้อทองเหลือง 4,000-5,000 บาท และเนื้อทองแดงหลักพัน-พันกลาง ขึ้นอยู่ตามสภาพการใช้งาน

เป็นเหรียญรุ่นสุดท้ายที่ได้รับการกล่าวขวัญถึงและได้รับความนิยมสูงในขณะนี้

พระพิจิตร

ยามาฮ่า:เอนกยนต์ยามาฮ่าพิจิตร

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เหรียญหล่อสี่เหลี่ยม รุ่นเสาร์ห้า หลวงพ่อนุ่ม

เหรียญหล่อสี่เหลี่ยม รุ่นเสาร์ห้า หลวงพ่อนุ่ม เครดิตภาพ wep-pra นับเป็นพระเครื่องวัตถุมงคลอีกประเภทหนึ่งของ หลวงพ่อนุ่ม ที่ได้รับความนิยมมากความจริงแล้วพระในรุ่นเสาร์ห้านี้ หลวงพ่อได้จัดสร้างขึ้นรวม 3 แบบด้วยกันคือ เหรียญหล่อสี่เหลี่ยม , พิมพ์พระนางพญา และ พิมพ์พระปางสมาธิ แต่ที่นิยมกันมากที่สุดมีราคาแพงที่สุด ก็ได้แก่ เหรียญหล่อสี่เหลี่ยม รองลงมาก็คือ พิมพ์นางพญา และพิมพ์สมาธิ ตามลำดับ ในส่วนของ พระเครื่อง เหรียญหล่อสี่เหลี่ยมนั้น เป็นพระขนาดประมาณ 2.3-3.2 ซ.ม. ด้านหน้าเป็นรูปพระองค์พระปางสมาธิ ฐาน 3 ชั้น อยู่ภายในกรอบสี่เหลี่ยม เหนือฐานชั้นบนมีกลีบบัวรองรับองค์พระอยู่รวม 6 กลีบ ส่วนด้านหลังเป็นยันต์ตรีนิสิงเห สำหรับพิมพ์นางพญาและพิมพ์สมาธิ องค์พระเป็นรูปสามเหลี่ยมปางมารวิชัย และปางสมาธิ ส่วนด้านหลังจะเรียบทั้ง 2 พิมพ์ ทั้ง 3 แบบพิมพ์พระเครื่องนี้ จัดสร้างขึ้นโดยการหล่อด้วยด้วยเนื้อทองเหลืองและด้วยการเป็นพระหล่อนี่เองทำให้พุทธลักษณะและเนื้อหาขององค์พระเครื่องประกอบกันเข้าแล้ว ดูสวยแปลกตาและมีเสน่ห์ไม่แพ้เหรียญหล่อหรือพระหล่อจากสำนักใดๆเลย ในด้านพุทธคุณไม่ถือเป็นรอง

พระเครื่อง วัดสุทัศน์ พระกริ่งพุทธนิมิต

พระกริ่พุทธนิมิต พระนามนี้สมเด็จพระสังฆราชแพ ทรงถวายพระนามให้ เนื่องจากวันหนึ่งก่อนที่จะถึงวัดทำบุญฉลองพระชนมายุประมาณ 7 วัน พระครูวินัยกรณ์โสภณหรือพระครูหนู ได้ขึ้นไปเฝ้าเสด็จ เวลาประมาณ 6 โมงเย็น สมเด็จทรงรับสั่งว่า “หนู ปีนี้ไม่หล่อพระนะ ทำบุญเลี้ยงพระธรรมดาก็แล้วกัน”พระครูหนูรับสั่งแล้วก็ทูลลากลับไป ครั้นเช้าวันรุ่งขึ้น ประมาณ 3 โมง สมเด็จได้ให้สามเณรมาตามพระครูหนูให้เข้าเฝ้า และทรงรับสั่งว่า “หนู ถ้าจะต้องหล่อพระเสียแล้ว เมื่อคืนตอนค่อนรุ่งฉันฝันไปว่า ได้ไปที่วัดร้างเก่าๆ แบบโบราณ พบพระพุทธรูปยืนองค์หนึ่ง มีสองปาง ปางที่หนึ่งยืนแบบห้ามสมุทร ปางที่สองยืนรำพึงฉันได้นมัสการพระพุทธรูปสองปางนั้นแล้วตื่นขึ้น จึงมารำลึกว่าเราเคยหล่อพระทุกปีทำไมปีนี้จึงไม่หล่อ คล้ายกับเขามาเตือนให้เราหล่อพระ หลังจากนั้น พระองค์จึงค้นดุพระในครอบน้ำมนต์สัมฤทธิ์ ที่ใส่พระกริ่งเป็นประจำ ก็พบพระยืนเนื้อชินเก่าสูง 6 ซม.เป็นศิลปสมัยลพบุรี พุทธลักษณะคล้ายกับพระพุทธรูปองค์ที่เห็นในพระสุบิน จากนั้นจึงรับสั่งให้ไปตามช่างปั้นมาปั้นพระพุทธรูปยืน สูง 1 คืบ สำหรับพระองค์ และให้หล่อพระกริ่ง 30 องค์ โดยใช้พิมพ์ของ พระกร

พระกริ่ง บางหอย หลวงพ่อจาด

พระกริ่ง บางหอย หลวงพ่อจาด วัดบางกระเบา เครดิตภาพ: web pra พระกริ่ง บางหอย หลวงพ่อจาด แบ่งออกเป็น 3 พิมพ์ ด้วยกัน คือ พิมพ์ใหญ่ พิมพ์กลาง พิมพ์เล็ก พุทธลักษณะพระกริ่ง บางหอย หลวงพ่อจาด พุทธลักษณะคล้ายพระกริ่ง 79 สมเด็จพระสังฆราชแพ โดยเฉพาะ พิมพ์ใหญ่ ด้านหลังมีตัว อุ อยู่ตรงกลางฐาน หล่อด้วยเนื้อทองผสม บางองค์เนื้อจัดมาก ผิวแบบเนื้อสัมฤทธิ์ก็มี  บางองค์แก่ทองเหลือง บางองค์แก่ทองแดง ในพิธีการเททองหล่อพระกริ่ง บางหอย นี้ ได้จัดสร้าง พระรูปหล่อลอยองค์ หลวงพ่อจาด ด้วย แต่น้อยมาก นักสะสมพระเครื่องส่วนใหญ่ไม่รู้จักยกเว้นคนพื้นที่ พระรูปหล่อลอยองค์มี 2 พิมพ์ คือ พิมพ์ฐานตอกชื่อ สวัสดิ์ ผ่องสกุล (สันนิษฐานว่าเป็นชื่อผู้สร้าง) , พิมพ์ฐานจาร(แต่บางคนองค์ไม่มี)พระกริ่ง บางหอย พิจารณาเล่นหาได้ง่าย และมีจำนวนพระเครื่องที่หมุนเวียนเปลี่ยนมือในวงการก็มีมากพอเพียง และที่สำคัญราคาเช่าหายังพอสู้กันไหว พระกริ่ง บางหอย พิมพ์ใหญ่ พิมพ์กลาง และพิมพ์เล็ก ส่วนใหญ่ที่พบมักจะหล่องดงามมาแต่เดิม จึงไม่จำเป็นต้องแต่ง แต่ก็มีบ้างที่แต่งเซาะเนื้อรายละเอียดบางแห่ง อาทิ จีวรข้างแขน,บาตรน้ำมนต์ในองค์ที่หล่