ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

เหรียญพรหมวิหาร ๔ หลวงพ่อสาคร วัดหนองกรับ


คมชัดลึก : หนึ่งในบรรดาพระเกจิอาจารย์ ของภาคตะวันออกยุคปัจจุบัน ที่สร้างวัตถุมงคลจนเป็นที่ยอมรับของลูกศิษย์และนักสะสมพระเครื่องทั้งหลาย เนื่องเพราะมีประสบการณ์ในทุกๆ ด้าน ก็คือ หลวงพ่อสาคร มนุญโญ เจ้าอาวาสวัดหนองกรับ ต.หนองบัว อ.บ้านค่าย จ.ระยอง ผู้สืบทอดสายวิชาอาคมจาก หลวงปู่ทิม อิสริโก อดีตเจ้าอาวาสวัดละหารไร่ อ.บ้านค่าย จ.ระยอง ผู้ปลุกเสกพระเครื่องหลายรุ่นที่มีการเช่าหาในวงการพระสูงถึงหลักหมื่นหลักแสนขึ้นไป


หลวงพ่อสาคร (พระครูมณูญธรรมวัตร) เป็นลูกหลานชาว อ.บ้านค่าย โดยสายเลือด เกิดเมื่อวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๔๘๑ หากนับทางจันทรคติ ตรงกับวันอังคาร แรม ๙ ค่ำ เดือน ๓ ปีขาล เล่ากันว่า หลังจากที่ท่านได้ถือกำเนิด โยมพ่อได้นำเอาวันเดือนปีเกิดของท่านไปถวาย หลวงปู่ทิม เพื่อให้ท่านผูกดวงชะตา หลังจากที่หลวงปู่ทิมได้ตรวจดูดวงวันเกิดอย่างละเอียดแล้ว ท่านได้กล่าวว่า

"เด็กคนนี้เขามีความพิเศษอยู่ในตัว โตขึ้นหากเขาได้บวชในพระพุทธศาสนา ก็จะเจริญก้าวหน้า มีความรุ่งเรือง เป็นที่พึ่งของศิษย์และคนทั่วไปได้"

เรื่องเล่าข้างต้นนี้ คือ ประวัติบางส่วนของหลวงพ่อสาคร ที่บอกกล่าวถึงชีวิตของเด็กชายคนหนึ่ง ที่เกิดมาเพื่อศึกษาพระธรรมคำสั่งสอนทางพระพุทธศาสนา และใช้เวลาว่างที่เหลือศึกษาวิชาอาคมด้วยใจรัก การตกผลึกความรู้ทั้งสองด้าน ทำให้หลวงพ่อสาครมีความสามารถทั้งในเรื่องการถ่ายทอดพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า

ขณะเดียวกันก็มีความสามารถในการปลุกเสกวัตถุมงคลต่างๆ โดยเฉพาะในแง่มุมของไสยศาสตร์ กล่าวได้ว่า หลังจากที่หลวงปู่ทิมได้มรณภาพไปแล้ว หลวงพ่อสาครคือผู้ที่สืบทอดวิชาอาคมของท่าน และได้นำวิชาความรู้ในศาสตร์เหล่านั้นมาใช้ได้อย่างถูกต้องตามตำรา อีกทั้งยังมีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษ จนได้รับการยอมรับนับถือของลูกศิษย์ และญาติโยมทั่วไป

วัตถุมงคลที่หลวงพ่อสาครได้สร้างไว้ มีหลายรุ่น อาทิ พระกริ่ง พระผง พระปิดตา เหรียญ ตะกรุด ฯลฯ ทุกอย่างที่สร้างออกมาล้วนได้รับความนิยมจากศรัทธาสาธุชนทั้งหลาย จนมีผู้ทำบุญบูชาหมดไปจากวัดในช่วงเวลาไม่นานนัก

ประเด็นสำคัญของการปลุกเสกวัตถุมงคลนี้ หลวงพ่อบอกว่า ในการปลุกเสกวัตถุมงคลแต่ละอย่าง นอกจากจะเสกให้ครอบคลุมทุกอย่างในเบื้องต้นแล้ว ยังต้องเสกสำทับเสริมด้วยวิชาเฉพาะด้าน เพื่อให้สอดคล้องไปกับรูปแบบ และบังเกิดผลไปตามเจตนารมณ์ที่สร้าง เช่น พระขุนแผนพรายกุมาร ที่เน้นด้านเมตตามหานิยม หรือเครื่องรางหนุมาน ที่เด่นด้านคุ้มครองและคงกระพัน เงื่อนไขของการเสกที่หลวงปู่ทิมได้สอนไว้ และหลวงพ่อสาครถือว่า เป็นคติธรรมที่ถ่ายทอดให้ลูกศิษย์พึงระลึกไว้ตลอดเวลา คือ ทำดีให้เขาเกรง ดีกว่าเป็นนักเลงให้เขากลัว

ในโอกาสที่หลวงพ่อสาคร มนุญโญ มีอายุครบ ๗๑ ปี (พ.ศ.๒๕๕๒) คณะศิษย์ได้ถือเอาวาระนี้เป็นสิริมงคลของการเจริญอายุวัฒนะ จึงได้ขออนุญาตจัดสร้างเหรียญรูปเหมือนของหลวงพ่อ เพื่อเป็นที่ระลึกถึงคุณงามความดี และคำสั่งสอนของท่าน โดยการสร้างวัตถุมงคลครั้งนี้ ได้ขอความเมตตาเป็นพิเศษจากหลวงพ่อ เพื่อปลุกเสกเหรียญรุ่นนี้ให้มีพุทธานุภาพสอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน คือ เกื้อหนุนดวงชะตา และบรรเทาโรคเวรโรคกรรมตามอัตภาพ เหมือนดั่งที่ หลวงปู่ทิม ได้เคยเสก เหรียญสมเด็จ ณ ศรีราชา พิมพ์หยดน้ำ และพิมพ์นั่งพาน เมื่อปี ๒๕๑๘

เหรียญหลวงพ่อสาคร ที่ระลึกฉลองอายุ ๗๑ ปี รุ่นนี้เป็นเหรียญห่วงเชื่อม ด้านหน้าเป็นรูปหมือนครึ่งองค์ของหลวงพ่อสาคร ด้านหลังเป็นยันต์ห้า ที่ถือเป็นเอกลักษณ์ในสายวิชาของหลวงปู่ทิม ลักษณะของเหรียญเป็นการสร้างล้อพิมพ์เหรียญห่วงเชื่อมของหลวงปู่ทิม ปี ๒๕๑๘ ภายใต้ความเรียบง่ายของเหรียญ ที่ซ่อนความคมลึกทั้งในด้านคาถาอาคม และปรัชญาในการดำเนินชีวิต ที่เริ่มตั้งแต่เจตนาเพื่อให้เป็นเหรียญแห่งความเมตตาของครูบาอาจารย์ที่มอบให้กับศิษย์ และความสามัคคีของหมู่คณะ

โดยใช้การเชื่อมต่อระหว่างตัวเหรียญกับหูของเหรียญ เป็นสื่อแห่งนัยนั้น ตามหลักของสังคหะวัตถุ ๔ อันได้แก่ ทาน ปิยวาจา อัตถจริยาและสมานัตตา ซึ่งหมายถึงหลักธรรมที่เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวน้ำใจ ของผู้อื่น การผูกไมตรี เอื้อเฟื้อ และสงเคราะห์ซึ่งกันและกัน จนไปจบลงที่พิธีปลุกเสกเสริมด้วยวิชาเฉพาะ ที่เกี่ยวเนื่องกันเช่น โสฬสมหาพรหม ที่มีพุทธคุณด้านโชคลาภ เสริมดวงและป้องกันภัย โดยอาศัยบารมีของพรหมทั้ง ๑๖ ชั้น มาบรรจุลงในเหรียญดังกล่าว เป็นต้น ซึ่งหลวงพ่อสาครได้มอบคติธรรมให้ผู้ที่บูชาพึงระลึกไว้เสมอ เพื่อความสงบและความเจริญรุ่งเรืองของชีวิตว่า

"คนเราทั้งหลาย จะอยู่เย็นเป็นสุขได้นั้น ต้องมีธรรมะเป็นเครื่องคุ้มครอง และต้องมีความสามัคคีเป็นตัวหลัก คนเราเมื่ออยู่ด้วยความสามัคคี มีพรหมวิหาร ๔ อันได้แก่ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา แล้ว ตัวเรา บ้านเมืองของเรา ก็จะอยู่เย็นเป็นสุข"

ศรัทธาสนใจเหรียญรุ่นนี้ ทำบุญบูชาได้ที่ วัดหนองกรับ อ.บ้านค่าย จ.ระยอง โทร.๐๘-๙๕๔๕-๖๕๗๑, ๐๘-๕๙๕๕-๒๖๕๒

ยามาฮ่า:เอนกยนต์ยามาฮ่าพิจิตร

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เหรียญหล่อสี่เหลี่ยม รุ่นเสาร์ห้า หลวงพ่อนุ่ม

เหรียญหล่อสี่เหลี่ยม รุ่นเสาร์ห้า หลวงพ่อนุ่ม เครดิตภาพ wep-pra นับเป็นพระเครื่องวัตถุมงคลอีกประเภทหนึ่งของ หลวงพ่อนุ่ม ที่ได้รับความนิยมมากความจริงแล้วพระในรุ่นเสาร์ห้านี้ หลวงพ่อได้จัดสร้างขึ้นรวม 3 แบบด้วยกันคือ เหรียญหล่อสี่เหลี่ยม , พิมพ์พระนางพญา และ พิมพ์พระปางสมาธิ แต่ที่นิยมกันมากที่สุดมีราคาแพงที่สุด ก็ได้แก่ เหรียญหล่อสี่เหลี่ยม รองลงมาก็คือ พิมพ์นางพญา และพิมพ์สมาธิ ตามลำดับ ในส่วนของ พระเครื่อง เหรียญหล่อสี่เหลี่ยมนั้น เป็นพระขนาดประมาณ 2.3-3.2 ซ.ม. ด้านหน้าเป็นรูปพระองค์พระปางสมาธิ ฐาน 3 ชั้น อยู่ภายในกรอบสี่เหลี่ยม เหนือฐานชั้นบนมีกลีบบัวรองรับองค์พระอยู่รวม 6 กลีบ ส่วนด้านหลังเป็นยันต์ตรีนิสิงเห สำหรับพิมพ์นางพญาและพิมพ์สมาธิ องค์พระเป็นรูปสามเหลี่ยมปางมารวิชัย และปางสมาธิ ส่วนด้านหลังจะเรียบทั้ง 2 พิมพ์ ทั้ง 3 แบบพิมพ์พระเครื่องนี้ จัดสร้างขึ้นโดยการหล่อด้วยด้วยเนื้อทองเหลืองและด้วยการเป็นพระหล่อนี่เองทำให้พุทธลักษณะและเนื้อหาขององค์พระเครื่องประกอบกันเข้าแล้ว ดูสวยแปลกตาและมีเสน่ห์ไม่แพ้เหรียญหล่อหรือพระหล่อจากสำนักใดๆเลย ในด้านพุทธคุณไม่ถือเป็นรอง

พระเครื่อง วัดสุทัศน์ พระกริ่งพุทธนิมิต

พระกริ่พุทธนิมิต พระนามนี้สมเด็จพระสังฆราชแพ ทรงถวายพระนามให้ เนื่องจากวันหนึ่งก่อนที่จะถึงวัดทำบุญฉลองพระชนมายุประมาณ 7 วัน พระครูวินัยกรณ์โสภณหรือพระครูหนู ได้ขึ้นไปเฝ้าเสด็จ เวลาประมาณ 6 โมงเย็น สมเด็จทรงรับสั่งว่า “หนู ปีนี้ไม่หล่อพระนะ ทำบุญเลี้ยงพระธรรมดาก็แล้วกัน”พระครูหนูรับสั่งแล้วก็ทูลลากลับไป ครั้นเช้าวันรุ่งขึ้น ประมาณ 3 โมง สมเด็จได้ให้สามเณรมาตามพระครูหนูให้เข้าเฝ้า และทรงรับสั่งว่า “หนู ถ้าจะต้องหล่อพระเสียแล้ว เมื่อคืนตอนค่อนรุ่งฉันฝันไปว่า ได้ไปที่วัดร้างเก่าๆ แบบโบราณ พบพระพุทธรูปยืนองค์หนึ่ง มีสองปาง ปางที่หนึ่งยืนแบบห้ามสมุทร ปางที่สองยืนรำพึงฉันได้นมัสการพระพุทธรูปสองปางนั้นแล้วตื่นขึ้น จึงมารำลึกว่าเราเคยหล่อพระทุกปีทำไมปีนี้จึงไม่หล่อ คล้ายกับเขามาเตือนให้เราหล่อพระ หลังจากนั้น พระองค์จึงค้นดุพระในครอบน้ำมนต์สัมฤทธิ์ ที่ใส่พระกริ่งเป็นประจำ ก็พบพระยืนเนื้อชินเก่าสูง 6 ซม.เป็นศิลปสมัยลพบุรี พุทธลักษณะคล้ายกับพระพุทธรูปองค์ที่เห็นในพระสุบิน จากนั้นจึงรับสั่งให้ไปตามช่างปั้นมาปั้นพระพุทธรูปยืน สูง 1 คืบ สำหรับพระองค์ และให้หล่อพระกริ่ง 30 องค์ โดยใช้พิมพ์ของ พระกร

พระกริ่ง บางหอย หลวงพ่อจาด

พระกริ่ง บางหอย หลวงพ่อจาด วัดบางกระเบา เครดิตภาพ: web pra พระกริ่ง บางหอย หลวงพ่อจาด แบ่งออกเป็น 3 พิมพ์ ด้วยกัน คือ พิมพ์ใหญ่ พิมพ์กลาง พิมพ์เล็ก พุทธลักษณะพระกริ่ง บางหอย หลวงพ่อจาด พุทธลักษณะคล้ายพระกริ่ง 79 สมเด็จพระสังฆราชแพ โดยเฉพาะ พิมพ์ใหญ่ ด้านหลังมีตัว อุ อยู่ตรงกลางฐาน หล่อด้วยเนื้อทองผสม บางองค์เนื้อจัดมาก ผิวแบบเนื้อสัมฤทธิ์ก็มี  บางองค์แก่ทองเหลือง บางองค์แก่ทองแดง ในพิธีการเททองหล่อพระกริ่ง บางหอย นี้ ได้จัดสร้าง พระรูปหล่อลอยองค์ หลวงพ่อจาด ด้วย แต่น้อยมาก นักสะสมพระเครื่องส่วนใหญ่ไม่รู้จักยกเว้นคนพื้นที่ พระรูปหล่อลอยองค์มี 2 พิมพ์ คือ พิมพ์ฐานตอกชื่อ สวัสดิ์ ผ่องสกุล (สันนิษฐานว่าเป็นชื่อผู้สร้าง) , พิมพ์ฐานจาร(แต่บางคนองค์ไม่มี)พระกริ่ง บางหอย พิจารณาเล่นหาได้ง่าย และมีจำนวนพระเครื่องที่หมุนเวียนเปลี่ยนมือในวงการก็มีมากพอเพียง และที่สำคัญราคาเช่าหายังพอสู้กันไหว พระกริ่ง บางหอย พิมพ์ใหญ่ พิมพ์กลาง และพิมพ์เล็ก ส่วนใหญ่ที่พบมักจะหล่องดงามมาแต่เดิม จึงไม่จำเป็นต้องแต่ง แต่ก็มีบ้างที่แต่งเซาะเนื้อรายละเอียดบางแห่ง อาทิ จีวรข้างแขน,บาตรน้ำมนต์ในองค์ที่หล่