ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

เจาะลึก 9 หุ้นกลุ่มค้าปลีก 2Q69: กำไรโตแรงกว่าคาด พร้อมเปิดโผหุ้นเด่นครึ่งปีหลัง


📈 เจาะลึก 9 หุ้นกลุ่มค้าปลีก 2Q69

กำไรโตแรง 28.9% ทะลุคาดการณ์ พร้อมเปิดโผหุ้นเด่นครึ่งปีหลัง

📅 อัปเดตล่าสุด: สิงหาคม 2569✍️ ผู้เขียน: นักวิเคราะห์การลงทุน
1.81 หมื่นล้านกำไรสุทธิรวม 2Q69 (บาท)
+28.9% YoYอัตราการเติบโตของกำไร
+8%สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ (Beat)

🌟 บทสรุปภาพรวม 2Q69 ที่เหนือความคาดหมาย

สวัสดีนักลงทุนทุกท่านครับ วันนี้ผมมีประเด็นร้อนที่น่าสนใจจากกลุ่มค้าปลีกมาฝากกัน หลังจากที่ 9 บริษัทจดทะเบียนในกลุ่มค้าปลีกได้ประกาศผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ออกมาเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งภาพรวมต้องบอกว่า "เซอร์ไพรส์ตลาด" ในเชิงบวกอย่างมาก ท่ามกลางกระแสข่าวความกังวลเรื่องกำลังซื้อและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ล่าช้า

หุ้นกลุ่มค้าปลีก

หากเจาะดูตัวเลขรวม กำไรสุทธิของทั้งกลุ่มพุ่งขึ้นมาอยู่ที่ 1.81 หมื่นล้านบาท เติบโตแรงถึง 28.9% YoY (เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน) ซึ่งตัวเลขนี้สูงกว่าที่ตลาด (Consensus) ประมาณการไว้ถึง 8% และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์ของ KS คาดไว้ 6% เมื่อนำไปรวมกับผลงานในไตรมาสแรก ทำให้ภาพรวมกำไรในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 (6M69) ทะยานไปอยู่ที่ 3.72 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.2% YoY ถือเป็นการอุ่นเครื่องครึ่งปีแรกที่แข็งแกร่งเกินคาด และสะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการ "บริหารจัดการต้นทุน" ของบริษัทจดทะเบียนไทยได้อย่างชัดเจน

📊 ตารางสรุปผลประกอบการ 9 หุ้นค้าปลีก (2Q69)

ข้อมูลสะท้อนความแตกต่างของการฟื้นตัวในแต่ละกลุ่มธุรกิจ (เรียงตามตัวอักษร)

ชื่อหุ้นคำแนะนำราคาเป้าหมายกำไร 2Q69 (ลบ.)% YoY% QoQ
BJCซื้อ17.00 บาท2,882+191.1%+172.5%
CPALLซื้อ57.20 บาท7,512+11.0%-17.6%
CPAXTถือ15.60 บาท1,874-18.0%-32.9%
CRCซื้อ33.00 บาท2,044+78.9%-26.7%
DOHOMEถือ3.80 บาท305+94.3%+21.8%
GLOBALซื้อ9.00 บาท955+83.6%+19.1%
HMPROซื้อ7.30 บาท1,594+14.0%+13.5%
MOSHIซื้อ50.00 บาท159+18.6%-16.6%
MRDIYTซื้อ11.00 บาท757+19.4%+11.6%

🔍 วิเคราะห์เจาะลึกรายกลุ่ม: "ลดต้นทุน" คือพระเอกตัวจริง

แม้รายได้รวมของกลุ่มจะเติบโตเพียง 3.1% YoY ซึ่งดูเหมือนการบริโภคจะยังหนืดๆ แต่กำไรปกติกลับพุ่งสูงถึง 13.8% สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่าบริษัทส่วนใหญ่หันมาเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการทำกำไร (Gross Margin Expansion) การควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างเข้มงวด เพื่อชดเชยยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ที่ติดลบเฉลี่ย -0.3% และอัตราส่วน SG&A ต่อรายได้ที่ขยับขึ้น 0.45ppt มาดูกันว่าแต่ละเซ็กเตอร์มีความน่าสนใจอย่างไรครับ:

หุ้นกลุ่มค้าปลีก

🛒 1. กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น (Essentials)

  • CPALL: ยังคงรักษาสถานะ "จ่าฝูง" ของกลุ่ม ธุรกิจร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven ยังทำผลงานได้แข็งแกร่ง ยอดขายต่อบิลเพิ่มขึ้น และกลยุทธ์ O2O (Online to Offline) อย่าง 7-Delivery ยังคงสร้างยอดขายส่วนเพิ่มได้อย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนการปรับตัวที่เหนือกว่าคู่แข่ง
  • CPAXT: ประสบภาวะกำไรชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด (-18.0% YoY) เนื่องจาก SSSG ติดลบจากธุรกิจค้าส่ง (Makro) ผสมโรงกับค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและการรีแบรนด์ที่สูงขึ้นจนเกิดสภาวะ Negative Operating Leverage ซึ่งต้องรอการผนึกกำลัง (Synergy) กับฝั่ง Lotus's ที่คาดว่าจะเห็นผลชัดเจนในปีหน้า
  • BJC: เป็นปรากฏการณ์ที่น่าทึ่ง แม้ฝั่งค้าปลีกอย่าง Big C จะยังทรงตัว แต่ได้กำไรที่เติบโตแบบก้าวกระโดดจากธุรกิจปลายน้ำอย่าง "กลุ่มบรรจุภัณฑ์ (Packaging)" เข้ามาหนุนอย่างเต็มที่ ส่งผลให้กำไรพุ่ง 191.1% โดดเด่นที่สุดในไตรมาสนี้

หุ้นกลุ่มค้าปลีก

🛠️ 2. กลุ่มสินค้าเพื่อการปรับปรุงบ้าน (Home Improvement)

กลุ่มนี้ต้องยกให้เป็น "กลุ่มที่สร้างเซอร์ไพรส์บวกที่สุด" นำโดย DOHOME, GLOBAL และ HMPRO

  • ปัจจัยหลักที่ดันกำไรโตแรงไม่ใช่ยอดขาย แต่เป็น "อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin)" ที่พุ่งกระฉูด
  • ได้รับอานิสงส์เต็มๆ จากราคาเหล็กในตลาดโลกที่ปรับตัวดีขึ้น และที่สำคัญคือกลยุทธ์การตุนสินค้าคงคลังต้นทุนต่ำ (Low-cost inventory) ไว้ล่วงหน้า ทำให้ส่วนต่างกำไรกว้างขึ้นมาก
  • HMPRO: ยังคงรักษามาตรฐานได้ดีเยี่ยม แม้กำลังซื้อต่างจังหวัดจะชะลอ แต่การขยายสาขา Mega Home และการเน้นขายสินค้า Private Label (House brand) ที่มาร์จิ้นสูง ช่วยพยุงกำไรให้เติบโตแข็งแกร่ง

🛍️ 3. กลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยและการเติบโตเชิงโครงสร้าง (Discretionary)

กลุ่มนี้ทำกำไรปกติเติบโตได้เฉลี่ยถึง 62% YoY สะท้อนภาพการฟื้นตัวของคนเมืองและกลุ่มที่มีกำลังซื้อ:

หุ้นกลุ่มค้าปลีก


  • CRC: โชว์ฟอร์มเยี่ยมทั้งยอดขายและ Margin ฝั่งแฟชั่นและฮาร์ดไลน์ฟื้นตัวแรงตามการกลับมาของนักท่องเที่ยวและการกระตุ้นเศรษฐกิจ
  • MOSHI & MRDIYT: หุ้นกลุ่มไลฟ์สไตล์ที่เกาะกระแสการเติบโตเชิงโครงสร้าง (Structural Growth) อย่างแท้จริง การขยายสาขาใหม่ยังคงเป็นกลไกหลักที่เพิ่มยอดขาย ประกอบกับสินค้าที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์วัยรุ่นและกลุ่มที่มองหาสินค้าคุ้มค่าคุ้มราคา (Value for money) ในยุคของแพง ทำให้ Traffic หน้าร้านยังคงคึกคัก

🏆 เปิดโผ 3 หุ้นเด่น (Top Picks) ครึ่งปีหลัง

กลยุทธ์การลงทุนในช่วงครึ่งปีหลัง เราประเมินว่าการเลือกหุ้นแบบ Selective (เลือกเป็นรายตัว) เป็นสิ่งจำเป็นที่สุด โดยเน้นบริษัทที่มี Operating Leverage แข็งแกร่ง สามารถทำกำไรได้แม้รายได้โตไม่มาก

อันดับ 1

CPALL

TP: 57.20 บาท

หุ้นฟื้นตัวชัดเจนที่สุด SSSG เป็นบวกแข็งแกร่ง และได้ประโยชน์สูงสุดจากมาตรการกระตุ้นการบริโภคระดับฐานรากของภาครัฐ

อันดับ 2

MOSHI

TP: 50.00 บาท

เติบโตแบบ Growth Stock พึ่งพากำลังซื้อวัยรุ่นที่เหนียวแน่น การเปิดสาขาใหม่ต่อเนื่องช่วยดันกำไรทำนิวไฮได้ในครึ่งปีหลัง

อันดับ 3

CRC

TP: 33.00 บาท

รับอานิสงส์การฟื้นตัวของการท่องเที่ยวและกำลังซื้อระดับกลาง-บน อัตรากำไรขาขึ้นชัดเจน และ Valuation ปัจจุบันยังน่าสะสม

หุ้นกลุ่มค้าปลีก

🔭 แนวโน้มและมุมมองการลงทุน (Outlook H2/26)

ในระยะสั้น (ไตรมาส 3/2569) เราคาดการณ์ว่าผลประกอบการอาจมีการ "ชะลอตัวลงเล็กน้อย (QoQ)" เนื่องจากเป็น Low Season (ช่วงฤดูฝน) ทำให้การสัญจรไปห้างสรรพสินค้าลดลง ประกอบกับอัตรากำไร (Margin) ของกลุ่มวัสดุก่อสร้างอาจเริ่มปรับตัวกลับเข้าสู่ระดับปกติ (Mean Reversion) หลังจากที่ตักตวงประโยชน์จากสต๊อกราคาถูกไปมากแล้วในไตรมาส 2

อย่างไรก็ตาม ภาพรวมรายปียังสดใส เราเชื่อมั่นว่า การฟื้นตัวที่ชัดเจนจะกลับมาอีกครั้งแบบจัดเต็มในไตรมาส 4/2569 ซึ่งเป็นช่วง High Season และเทศกาลเฉลิมฉลอง รวมถึงความหวังจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจโค้งสุดท้ายของรัฐบาล

หุ้นกลุ่มค้าปลีก
⚠️ ข้อควรระวัง (Risks):
  • กลุ่ม Home Improvement มีความเสี่ยงหากราคาเหล็กปรับฐานแรง
  • CPAXT ยังต้องจับตาดูพัฒนาการของการลดค่าใช้จ่าย หาก SSSG ไตรมาส 3 ยังไม่ฟื้น อาจต้องปรับลดประมาณการลง
ระเบียบวิธีและที่มาของข้อมูล (Methodology): อ้างอิงจากบทวิเคราะห์ KS Research (KSecurities) โดยพิจารณาจากผลประกอบการจริงเทียบกับประมาณการ การเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSSG) และความสามารถในการบริหารค่าใช้จ่าย
คำเตือน: การลงทุนมีความเสี่ยง ข้อมูลนี้เป็นการสรุปมุมมองนักวิเคราะห์เพื่อประกอบการตัดสินใจเท่านั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน

💬 แสดงความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เหรียญเม็ดฟักทองอุดมโชค หลวงพ่อสาคร

เหรียญเม็ดฟักทองอุดมโชค หลวงพ่อสาคร รูปแบบเป็นเหรียญรูปไข่ขนาดความสูงไม่รวมห่วง 1.9 ซม. ลักษณะคล้ายกับเหรียญรูปไข่ครึ่งองค์ ที่ระลึกในงานผูกพัทธสีมา ของ หลวงปู่ทิม อิสริโก พ.ศ. 2517 แต่มีขนาดเล็กกว่า โดยมีขนาดใหญ่กว่าเหรียญเม็ดแตงทั่วไปเล็กน้อยจึงเรียกว่า “เหรียญเม็ดฟักทอง” โดยถือเอาชื่ออันเป็นมงคลด้านหน้าเป็นรูป หลวงพ่อสาคร ครึ่งองค์ มีอักขระ “มะอะอุ” ส่วนด้านหลังเป็นยันต์ใบพัด”อิสะวาสุ” คือหัวใจแห่ง พุทธคุณ,ธรรมคุณ,สังฆคุณ อันประเสริฐเลิศล้ำ ***เหรียญทุกเหรียญมีโค้ดและหมายเลขกำกับ(ยกเว้นเหรียญเม็ดฟักทอง เนื้อทองเหลือง ตอกเฉพาะโค้ดเท่านั้น)***

เจาะอาณาจักร BDMS: มากกว่าแค่โรงพยาบาล แต่คือ 'ป้อมปราการ' ทางการเงินในยุค Silver Age

🏥 BDMS: ผ่าอาณาจักรสุขภาพเบอร์หนึ่ง หุ้น Defensive ปันผลสม่ำเสมอ รับเทรนด์ Silver Age 📊 P/E Ratio ~25 - 28 เท่า 💰 Dividend Yield 2.5 - 3.2% ต่อปี 📈 ROE 13 - 15% 🎯 Market Cap > 100,000 ล้านบาท 📑 สารบัญเนื้อหา 1. พลังของเครือข่ายที่ยากจะเลียนแบบ (Market Dominance) 2. Medical Tourism: เครื่องยนต์ขับเคลื่อนอัตรากำไร 3. การยกระดับสู่ 'ศูนย์ความเป็นเลิศ' (Centers of Excellence) 4. ป้อมปราการทางการเงินและกระแสเงินสด 5. ความท้าทายและปัจจัยเสี่ยงที่ต้องระวัง 6. บทสรุปและมุมมองการลงทุน ในช่วงที่ภาวะเศรษฐกิจและ ตลาดหุ้น ทั่วโลกเผชิญกับความผันผวนอย่างต่อเนื่อง การจัดพอร์ตด้วยหุ้นที่มีปราการทางธุรกิจแข็งแกร่ง (Economic Moat) ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญ คอลัมน์ Graph Hoon Thai: วันละหนึ่งหุ้น วันนี้ ขอพาเพื่อนๆ นักลงทุนไปเจาะลึกผู้นำกลุ่มการแพทย์ของไทยอย่าง BDMS ที่ไม่ได้มีดีแค่ขนาด แต่ยังมีโครงสร้างการเงินที่แข็งแกร่ง และศักยภาพการเติบโตที่สอดรับกับเมกะเทรนด์โลกอย่างยั่งยืน 👑 1. พลังของเครือข่ายที่ยากจะเลียนแบบ (Market Dominance) ความได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนที่สุดของ BDMS คือกา...

PTTEP: หุ้นต้นน้ำพลังงาน เงินสดล้นมือ รับปันผลสูง ต้านทานเงินเฟ้อโลก

PTTEP: หุ้นต้นน้ำพลังงาน เงินสดล้นมือ รับปันผลสูง ต้านทานเงินเฟ้อโลก พร้อมเจาะลึกปัจจัยพื้นฐานแบบเอ็กซ์คลูซีฟ 📊 สรุปข้อมูลสำคัญ (Key Info) ชื่อหลักทรัพย์ PTTEP (บมจ. ปตท.สผ.) โครงสร้างธุรกิจหลัก ก๊าซธรรมชาติ ~70%, น้ำมัน ~30% อัตราเงินปันผล (Dividend Yield) ~5.5 - 6.5% ต่อปี ต้นทุนต่อหน่วย (Unit Cost) ~$27 - $29 / บาร์เรลเทียบเท่า 📑 สารบัญเนื้อหา 1. โครงสร้างรายได้พิงก๊าซธรรมชาติ (High Gas Portfolio) - เกราะกำจัดความเสี่ยง 2. การเติบโตของโครงการจี 1/61 (เอราวัณ) - ขุมพลังการผลิตใหม่ 3. ความสามารถในการคุมต้นทุน (Low-Cost Operator) - ปราการทางธุรกิจที่แข่งแกร่ง 4. ฐานะการเงินระดับ Net Cash และปันผลสูง - เครื่องจักรผลิตเงินสด 5. ทิศทางอนาคตและการเปลี่ยนผ่านพลังงาน (Energy Transition) ในสภาวะที่ตลาดหุ้นเต็มไปด้วยปัจจัยลบ ทั้งความผันผวนของทิศทางเศรษฐกิจโลก ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) และอัตราดอกเบี้ยที่ยังทรงตัวอยู่ในระดับสูง นักลงทุนมืออาชีพมักมองหา "เกราะป้องกัน" ที่เรียกว่า Inflation Hedge หรือสินทรัพย์ที่ราคาเคลื่อนไหวล้อไปกับเงินเฟ้อ ซึ่งหุ้นในกลุ่มพลังงาน ...