ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

เหรียญหลวงพ่อโชติ:พระมงคลทิพยมุนี วัดทองธรรมชาติ กรุงเทพฯ

หลวงพ่อโชติ วัดตะโน กรุงเทพฯ


ขอบคุณ ภาพประกอบบทความจาก คุณ เก่ง คลองขวาง

เหรียญหลวงพ่อโชติ รุ่นแรกมีลักษณะรูปไข่ สร้างแจกเนื่องในงานทำบุญอายุ 80 ปี ของหลวงพ่อเมื่อปี พ.ศ. 2490 เป็นเหรียญที่ได้รับความนิยมมากในย่านบางแวก เนื่องจากท่านเป็นพระภิกษุที่มีความสามารถหลายๆอย่างในด้านเครื่องรางของขลังท่านก็ได้ใช้วิชาความรู้ที่ได้เล่าเรียนมาทำตะกรุด เชือกคาดเอว แจกบรรดาศิษยานุศิษย์เหรียญของท่านจึงนับวันจะหายาก

พระมงคลทิพยมุนี วัดทองธรรมชาติ กรุงเทพฯ
เหรียญพระมงคลทพิยมุนี ที่นำเสนอนี้ เป็นวัตถุมงคลเหรียญที่ท่านได้สร้างและปลุกเสกด้วยตนเอง เมื่อปี พ.ศ. 2499 เนื่องในงานฉลองชนมายุครบ ๗ รอบ เหรียญรุ่นนี้เป็นของดีที่มีคุณค่าและควรเก็บไว้ให้ลูกหลานได้มีไว้คุ้มครองภัย เพราะสมัยมีชีวิตอยู่ท่านได้ปฎิสังขรณ์เสนาสนะที่ทรุดโทรมและสร้างเพิ่มเติมเพื่อปรับปรุงวัดให้มีสภาพดีถาวรสืบต่อมา เหรียญรุ่นนี้จึงมีผู้เคารพเลื่อมใสแม้สนนราคาจะไม่สูงนักแต่มีกิตติคุณดีควรมีไว้ติดตัวเพื่อเป็นสิริมงคล


ขอบคุณ ภาพประกอบบทความจาก คุณ pikajood

หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก จ.พระนครศรีอยุธยา

หลวงพ่อจงจะเป็นพระที่ได้รับเกียรติยกย่องว่าทรงวิทยาวรคุณและมีชื่อเสียงโด่งดังในเวลานั้น เรียนวิปัสสนากรรมฐานจนได้สำเร็จการทำสมาธิจิต ภายหลังหลวงพ่อจงได้ปลุกเสกพระเครื่องวัตถุมงคลแจกศิษย์ เช่นตะกรุด ผ้ายันต์ จนได้รับการกล่าวขานในด้านความขลังต่างๆ เหรียญสี่เหรียญสี่เหลี่ยมพิมพ์ขนมเปียกปูนที่นำเสนอนี้เป็นพิมพ์ที่ได้รับความนิยม เพราะเป็นเหรียญเก่าแก่ที่จัดสร้างขึ้นเมื่อประมาณปี พ.ศ.2492-95 และจำนวนในการสร้างไม่มากนักจึงเป็นเหรียญที่ค่อนข้างจะหายาก
บทความพระเครื่องยอดนิยม:เหรียญสรงน้ำ หลวงพ่อพรหม

ยามาฮ่า:เอนกยนต์ยามาฮ่าพิจิตร

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เหรียญหล่อสี่เหลี่ยม รุ่นเสาร์ห้า หลวงพ่อนุ่ม

เหรียญหล่อสี่เหลี่ยม รุ่นเสาร์ห้า หลวงพ่อนุ่ม เครดิตภาพ wep-pra นับเป็นพระเครื่องวัตถุมงคลอีกประเภทหนึ่งของ หลวงพ่อนุ่ม ที่ได้รับความนิยมมากความจริงแล้วพระในรุ่นเสาร์ห้านี้ หลวงพ่อได้จัดสร้างขึ้นรวม 3 แบบด้วยกันคือ เหรียญหล่อสี่เหลี่ยม , พิมพ์พระนางพญา และ พิมพ์พระปางสมาธิ แต่ที่นิยมกันมากที่สุดมีราคาแพงที่สุด ก็ได้แก่ เหรียญหล่อสี่เหลี่ยม รองลงมาก็คือ พิมพ์นางพญา และพิมพ์สมาธิ ตามลำดับ ในส่วนของ พระเครื่อง เหรียญหล่อสี่เหลี่ยมนั้น เป็นพระขนาดประมาณ 2.3-3.2 ซ.ม. ด้านหน้าเป็นรูปพระองค์พระปางสมาธิ ฐาน 3 ชั้น อยู่ภายในกรอบสี่เหลี่ยม เหนือฐานชั้นบนมีกลีบบัวรองรับองค์พระอยู่รวม 6 กลีบ ส่วนด้านหลังเป็นยันต์ตรีนิสิงเห สำหรับพิมพ์นางพญาและพิมพ์สมาธิ องค์พระเป็นรูปสามเหลี่ยมปางมารวิชัย และปางสมาธิ ส่วนด้านหลังจะเรียบทั้ง 2 พิมพ์ ทั้ง 3 แบบพิมพ์พระเครื่องนี้ จัดสร้างขึ้นโดยการหล่อด้วยด้วยเนื้อทองเหลืองและด้วยการเป็นพระหล่อนี่เองทำให้พุทธลักษณะและเนื้อหาขององค์พระเครื่องประกอบกันเข้าแล้ว ดูสวยแปลกตาและมีเสน่ห์ไม่แพ้เหรียญหล่อหรือพระหล่อจากสำนักใดๆเลย ในด้านพุทธคุณไม่ถือเป็นรอง

พระเครื่อง วัดสุทัศน์ พระกริ่งพุทธนิมิต

พระกริ่พุทธนิมิต พระนามนี้สมเด็จพระสังฆราชแพ ทรงถวายพระนามให้ เนื่องจากวันหนึ่งก่อนที่จะถึงวัดทำบุญฉลองพระชนมายุประมาณ 7 วัน พระครูวินัยกรณ์โสภณหรือพระครูหนู ได้ขึ้นไปเฝ้าเสด็จ เวลาประมาณ 6 โมงเย็น สมเด็จทรงรับสั่งว่า “หนู ปีนี้ไม่หล่อพระนะ ทำบุญเลี้ยงพระธรรมดาก็แล้วกัน”พระครูหนูรับสั่งแล้วก็ทูลลากลับไป ครั้นเช้าวันรุ่งขึ้น ประมาณ 3 โมง สมเด็จได้ให้สามเณรมาตามพระครูหนูให้เข้าเฝ้า และทรงรับสั่งว่า “หนู ถ้าจะต้องหล่อพระเสียแล้ว เมื่อคืนตอนค่อนรุ่งฉันฝันไปว่า ได้ไปที่วัดร้างเก่าๆ แบบโบราณ พบพระพุทธรูปยืนองค์หนึ่ง มีสองปาง ปางที่หนึ่งยืนแบบห้ามสมุทร ปางที่สองยืนรำพึงฉันได้นมัสการพระพุทธรูปสองปางนั้นแล้วตื่นขึ้น จึงมารำลึกว่าเราเคยหล่อพระทุกปีทำไมปีนี้จึงไม่หล่อ คล้ายกับเขามาเตือนให้เราหล่อพระ หลังจากนั้น พระองค์จึงค้นดุพระในครอบน้ำมนต์สัมฤทธิ์ ที่ใส่พระกริ่งเป็นประจำ ก็พบพระยืนเนื้อชินเก่าสูง 6 ซม.เป็นศิลปสมัยลพบุรี พุทธลักษณะคล้ายกับพระพุทธรูปองค์ที่เห็นในพระสุบิน จากนั้นจึงรับสั่งให้ไปตามช่างปั้นมาปั้นพระพุทธรูปยืน สูง 1 คืบ สำหรับพระองค์ และให้หล่อพระกริ่ง 30 องค์ โดยใช้พิมพ์ของ พระกร

หลวงพ่อเงิน บางคลาน จอบใหญ่

เหรียญ จอบใหญ่ หลวงพ่อเงิน มีจุดตำหนิแห่งหนึ่ง ซึ่งนักเล่นจะให้สำคัญหรือเน้นการพิจารณามาก เพราะจะปรากฎพบทุกองค์นั้นจะสึกลบเลือนไปมากก็ยังเห็นอยู่ คือเส้นขอบเหรียญด้านล่างโย้ขึ้นไปจรดใต้ขาซ้ายแลดูคล้ายกับเส้นบล็อกแตกเป็นทางจากซุ้มไปจรดขา นอกจากนี้ก็ยังมีอีกตำแหน่งหนึ่ง ซึ่งนักเล่นเก่งๆพยายามปกปิด หากสวยสมบูรณ์จะเห็น “เนื้อล้น”ที่ข้างหูด้านขวา หรือเหนือหัวไหล่ขวาเป็นสันนูนออกมาเล็กน้อยคล้าย “รอยพับ” อีกทั้งห่วงหูขวาจะปรากฏ “เม็ดไข่ปลา”และเส้นซุ้มแบบเดียวกับด้านข้างองค์พระ โดยมักจะสึกลบเลือน เนื่องเพราะเป็นจุดนูนเหรือบริเวณสัมผัส และความหนาของห่วงระดับใกล้เคียงกับ”ซุ้มข้างองค์พระ” ปัจจุบันเหรียญ “จอบใหญ่” หลวงพ่อเงิน ของแท้แน่นอนหายากมากๆ ส่วนของปลอมเลียนแบบฝีมือยังห่างไกล